ประกาศ

ประกาศ สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์
เรื่อง การเปิดรับบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์

         สืบเนื่องจากประกาศ ขอหยุดรับบทความชั่วคราวเพื่อยกระดับคุณภาพวารสาร  และจัดการบทความที่อยู่ระหว่างการพิจารณา และปรับปรุงกระบวนการกลั่นกรองและประเมินบทความให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การดำเนินการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการรักษาและยกระดับคุณภาพ มาตรฐานทางวิชาการ และประสิทธิภาพของกระบวนการพิจารณาบทความของวารสาร

         ขณะนี้กองบรรณาธิการได้ปรับปรุงกระบวนการบริหารจัดการวารสารให้เป็นไปตามเป้าหมายและมาตรฐานที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว วารสารจึงขอแจ้งว่า จะเปิดรับบทความเพื่อพิจารณาตีพิมพ์เผยแพร่อีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป

         กองบรรณาธิการขอขอบพระคุณผู้เขียนและผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ให้ความสนใจและสนับสนุนสิกขา วารสารศึกษาศาสตร์ด้วยดีเสมอมา

                                                                    มานะ สินธุวงษานนท์ บรรณาธิการ สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์
                                                                                                       1 ตุลาคม  2569


ประกาศสิกขา วารสารศึกษาศาสตร์

เรื่อง ขอหยุดรับบทความชั่วคราวเพื่อยกระดับคุณภาพวารสาร

       สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์ ขอแจ้งให้ทราบว่า วารสารจะ หยุดรับบทความใหม่เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
       เนื่องจากในปัจจุบันมีบทความเข้าสู่ระบบเป็นจำนวนมาก วารสารจึงขอใช้ช่วงเวลาดังกล่าวในการบริหารจัดการบทความที่อยู่ระหว่างกระบวนการพิจารณา และพัฒนากระบวนการทำงานด้านการกลั่นกรองและประเมินบทความให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
        การดำเนินการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางในการ รักษาและยกระดับคุณภาพ มาตรฐานทางวิชาการ และประสิทธิภาพของกระบวนการพิจารณาบทความของวารสารอย่างต่อเนื่อง
        วารสารจะประกาศกำหนดการ เปิดรับบทความอีกครั้ง เมื่อมีความพร้อม โดยจะแจ้งให้ผู้สนใจทราบผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของวารสารต่อไป
        ขอขอบพระคุณผู้เขียนและผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านสำหรับความสนใจและการสนับสนุนสิกขา วารสารศึกษาศาสตร์ด้วยดีเสมอมา

                                                                     มานะ สินธุวงษานนท์ บรรณาธิการ สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์
                                                                                                       17 กันยายน 2569
 ** ปัจจุบันสิกขา วารสารศึกษาศาสตร์มีคิวตีพิมพ์ถึงปี พ.ศ. 2570 บทความที่ได้รับการตอบรับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จะได้รับการตีพิมพ์ในวารสารฉบับปี พ.ศ. 2571 เป็นต้นไป 

วัตถุประสงค์และขอบเขตของวารสาร  (Aim and Scope)  
     เพื่อเป็นเวทีสำหรับนักวิจัย นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาชีพ นักศึกษาและบุคคลทั่วไปในการเผยแพร่ผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทางวิชาการที่เขียนเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ที่เกี่ยวกับด้านการศึกษา ในรูปแบบของบทความวิจัยและบทความวิชาการต้นฉบับ บทความวิจัยและบทความวิชาการที่นำเสนอในการประชุมวิชาการ หรือ ได้รับตีพิมพ์เผยแพร่ในหนังสือประมวลผลการประชุมทางวิชาการ (Proceedings) ที่นำมาเรียบเรียงใหม่ และกลั่นกรองใหม่ 

ประเภทของบทความที่รับตีพิมพ์เผยแพร่
     1. บทความวิจัย
     2. บทความวิชาการ

ขอบเขตเนื้อหาในการตีพิมพ์
     บทความวิจัยและบทความวิชาการที่มีเนื้อหาดังนี้
     1. การจัดการเรียนรู้
     2. การบริหารการศึกษา การบริหารจัดการองค์กร
     3. หลักสูตรและการสอน
     4. การวัดและประเมินผล
     5. จิตวิทยาและจิตวิทยาการศึกษา
     6. การศึกษาปฐมวัย การประถมศึกษา
     7. การสอนวิทยาศาสตร์ การสอนวิทยาศาสตร์ทั่วไป
     8. นวัตกรรม เทคโนโลยีการศึกษาและคอมพิวเตอร์
     9. ภาษาศาสตร์ และภาษาศาสตร์ประยุกต์
     10. การสอนภาษาไทย และภาษาต่างประเทศ
     11. ด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา

ประเภทของการประเมินบทความ
     1. ผู้ประเมินไม่ทราบชื่อผู้นิพนธ์ และผู้นิพนธ์ไม่ทราบชื่อผู้ประเมิน (double blind)
     2. จำนวนผู้ประเมิน 3 คน / บทความ ซึ่งอยู่ต่างสถาบันกัน และต่างสถาบันกับผู้นิพนธ์ และผู้นิพนธ์ภายในต้องใช้ผู้ประเมินภายนอก 

กำหนดการเผยแพร่ ปีละ 2 ฉบับ
     ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน เผยแพร่ทางเว็บไซต์ภายใน 30 มิถุนายน
     ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม เผยแพร่ทางเว็บไซต์ภายใน 31 ธันวาคม

จำนวนบทความที่ตีพิมพ์เผยแพร่  
     ฉบับละ 12 - 25 บทความ 

เรื่อง แนวปฏิบัติการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) สำหรับ สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์

ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ (Generative Artificial Intelligence: GenAI) และแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models: LLMs) เช่น ChatGPT, Claude, Gemini และเครื่องมืออื่นในลักษณะเดียวกัน ได้เข้ามามีบทบาทในการผลิตผลงานวิชาการอย่างแพร่หลาย ซึ่งก่อให้เกิดทั้งประโยชน์และความเสี่ยงต่อความรับผิดชอบ ความถูกต้อง ความโปร่งใส และจริยธรรมในการเผยแพร่ผลงานวิชาการ

เพื่อให้การดำเนินงานของ สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์ เป็นไปด้วยความโปร่งใส ได้มาตรฐานสากล และสอดคล้องกับหลักจริยธรรม เพื่อให้การใช้งานเทคโนโลยีอย่างมีความรับผิดชอบ ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุด กองบรรณาธิการจึงขอกำหนดแนวปฏิบัติการใช้ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. นิยามศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
“ปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์” หมายถึง เทคโนโลยีที่เป็นเครื่องมือหรือบริการซอฟต์แวร์ที่สามารถสร้างเนื้อหาใหม่ ได้แก่ ข้อความ ข้อมูล ภาพ ตาราง รหัสคำสั่ง หรือผลการวิเคราะห์จากคำสั่งของผู้ใช้ รวมถึงแบบจำลองภาษาขนาดใหญ่
“ผู้นิพนธ์” หมายถึง ผู้เขียนบทความ ซึ่งได้ส่งบทความเพื่อรับการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสาร
“ผู้ประเมินบทความ” หมายถึง ผู้ทำหน้าที่กลั่นกรองคุณภาพบทความ
“บรรณาธิการ” หมายถึง บรรณาธิการ ผู้ช่วยบรรณาธิการ กองบรรณาธิการ

ข้อ 2. แนวปฏิบัติหลักในการใช้งานปัญญาประดิษฐ์
1) ความรับผิดชอบและความโปร่งใส
2) การรักษาความลับและความปลอดภัยของข้อมูล
3) การเคารพสิทธิ ลิขสิทธิ์ และทรัพย์สินทางปัญญา
4) ปัญญาประดิษฐ์เป็นเพียงผู้ช่วยหรือเครื่องมือสนับสนุนในการทำงาน

ข้อ 3. แนวปฏิบัติสำหรับผู้นิพนธ์
3.1 การใช้งานที่ต้องเปิดเผย
ผู้นิพนธ์ที่ใช้ GenAI เพื่อสร้างและเรียบเรียง ปรับเปลี่ยนหรือวิเคราะห์สาระสำคัญของบทความหรือการวิจัย ต้องเปิดเผยการใช้งานในกรณีต่อไปนี้
(1) สร้างหรือเรียบเรียงเนื้อหาข้อความของบทความ
(2) สร้างข้อมูล ภาพ แผนภาพ หรือกราฟิก
(3) ออกแบบการวิจัย หรือพัฒนาเครื่องมือวิจัย
(4) วิเคราะห์ หรือตีความข้อมูล
3.2 การใช้งานที่ไม่ต้องเปิดเผย
การใช้ GenAI เพื่อตรวจแก้ภาษาในระดับพื้นฐาน เช่น การตรวจไวยากรณ์ การสะกดคำ การเลือกใช้คำ เครื่องหมายวรรคตอน ความชัดเจนของประโยค หรือการจัดรูปแบบ โดยไม่ได้สร้างหรือเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของบทความ ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยการใช้งาน ทั้งนี้ ผู้นิพนธ์ยังคงต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของเนื้อหา
หลักการแยกแยะ: หากเนื้อหา ข้อมูล หรือการตีความเกิดจากการสร้างใหม่ของ AI ต้องเปิดเผย แต่หากเป็นเพียงการขัดเกลาสิ่งที่ผู้นิพนธ์คิดและเขียนไว้แล้วให้สื่อสารชัดเจนขึ้น ไม่ต้องเปิดเผย กรณีไม่แน่ใจ ผู้นิพนธ์อาจเลือกเปิดเผยไว้ก่อนเพื่อความโปร่งใส
3.3 ตำแหน่งการเปิดเผย
ผู้นิพนธ์ต้องเปิดเผยการใช้ GenAI ตามข้อ 3.1 ใน 3 ตำแหน่ง ดังนี้
(1) แบบฟอร์มส่งบทความ ระบุว่ามีการใช้ GenAI หรือไม่ ในขั้นตอนการส่งบทความ
(2) เนื้อหาบทความ บทความวิจัยให้อธิบายวิธีการใช้ไว้ในส่วนวิธีดำเนินการวิจัย สำหรับบทความวิชาการให้อธิบายไว้ในส่วนบทนำหรือส่วนที่เหมาะสม
(3) กิตติกรรมประกาศ ระบุชื่อเครื่องมือ เวอร์ชัน ผู้พัฒนา และวัตถุประสงค์ของการใช้งาน
3.4 ตัวอย่างข้อความในกิตติกรรมประกาศ
ภาษาไทย “ในการจัดเตรียมบทความ/การวิจัยนี้ ผู้นิพนธ์ได้ใช้ [ชื่อเครื่องมือ เวอร์ชัน ผู้พัฒนา] เพื่อ [อธิบายวัตถุประสงค์การใช้งาน] ผู้นิพนธ์ได้ตรวจสอบและแก้ไขผลลัพธ์ดังกล่าวแล้ว และขอรับผิดชอบต่อเนื้อหาของบทความนี้ทั้งหมด”
ภาษาอังกฤษ “During the preparation of this manuscript/study, the author(s) used [tool name, version, developer] for the purposes of [description of use]. The authors have reviewed and edited the output and take full responsibility for the content of this publication.”
3.5 ความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์
ผู้นิพนธ์ต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อความเป็นต้นฉบับ ความถูกต้อง และความมีคุณธรรมของเนื้อหาทั้งหมด รวมถึงเนื้อหาที่สร้างโดย GenAI โดยต้องตรวจสอบอย่างรอบคอบ ดังนี้
(1) ตรวจสอบความถูกต้องของข้อเท็จจริง ข้อมูล และรายการเอกสารอ้างอิงทุกรายการว่ามีอยู่จริง และอ้างอิงถูกต้อง
(2) เนื้อหาต้องไม่เป็นการคัดลอกผลงาน การสร้างหรือปลอมแปลงข้อมูล หรือการตกแต่งภาพโดยมิชอบ และต้องผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนตามเกณฑ์ของวารสาร
(3) ไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
(4) ไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่เป็นความลับของผู้ให้ข้อมูลในการวิจัยเข้าสู่เครื่องมือ GenAI ในลักษณะที่ขัดต่อหลักจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์หรือกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
3.6 ความเป็นผู้นิพนธ์
ห้ามระบุเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (GenAI) หรือแบบจำลองภาษา (LLMs) เป็นผู้นิพนธ์หรือผู้นิพนธ์ร่วม เนื่องจากเครื่องมือดังกล่าวไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลงาน ให้ความยินยอมในการเผยแพร่ หรือเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อนได้ ทั้งนี้ ผู้นิพนธ์ที่เป็นมนุษย์ยังคงต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหาและการตัดสินใจทางวิชาการทั้งหมด

ข้อ 4. แนวปฏิบัติสำหรับผู้ประเมินบทความ
4.1 ผู้ประเมินบทความไม่ควรใช้ GenAI เพื่อวิพากษ์วิจารณ์หรือจัดทำผลการประเมินบทความ
4.2 ผู้ประเมินบทความอาจใช้ GenAI อย่างจำกัด เพื่อปรับปรุงภาษาในความเห็นที่ตนเองเขียนขึ้นแล้ว (เช่น ตรวจไวยากรณ์ ตัวสะกด หรือจัดรูปแบบข้อความของตนเอง) โดยต้องแจ้งการใช้งานเมื่อส่งผลการประเมิน ทั้งนี้ ต้องไม่นำเนื้อหา ข้อค้นพบ หรือข้อความใด ๆ จากบทความที่กำลังประเมินไปใส่ในเครื่องมือ GenAI ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
4.3 ห้ามอัปโหลดบทความทั้งหมดหรือบางส่วน รวมถึงภาพ ตาราง หรือการติดต่อสื่อสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความที่อยู่ระหว่างการประเมินเข้าสู่เครื่องมือ GenAI ไม่ว่ากรณีใด เนื่องจากเป็นการละเมิดหลักการรักษาความลับของการประเมินแบบปกปิดสองทาง (double-blind peer review)
4.4 หากพบว่ามีการใช้ GenAI โดยไม่เหมาะสมในการจัดทำผลการประเมิน กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้ประเมินบทความชี้แจงก่อน และจะไม่นำผลการประเมินนั้นมาใช้พิจารณา ทั้งนี้อาจพิจารณางดเชิญผู้ประเมินบทความในครั้งต่อไปตามความร้ายแรงของกรณี

ข้อ 5. แนวปฏิบัติสำหรับบรรณาธิการและกองบรรณาธิการ
5.1 บรรณาธิการและกองบรรณาธิการต้องไม่ใช้ GenAI ในกระบวนการพิจารณาบทความหรือการตัดสินใจทางบรรณาธิการ
5.2 ห้ามอัปโหลดบทความทั้งหมดหรือบางส่วน รวมถึงภาพ ตาราง หรือการติดต่อสื่อสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความที่อยู่ระหว่างการพิจารณาเข้าสู่เครื่องมือ GenAI ไม่ว่ากรณีใด

ข้อ 6. การดำเนินการกรณีไม่ปฏิบัติตามแนวปฏิบัติ
6.1 กองบรรณาธิการสงวนสิทธิ์ในการขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ GenAI จากผู้นิพนธ์ในทุกขั้นตอน
6.2 กรณีตรวจพบว่ามีการใช้ GenAI ตามข้อ 3.1 โดยไม่เปิดเผย หรือมีการใช้ที่ขัดต่อจริยธรรมการตีพิมพ์ กองบรรณาธิการจะแจ้งให้ผู้นิพนธ์ชี้แจงก่อน และอาจพิจารณาให้แก้ไข ปฏิเสธการตีพิมพ์ หรือถอดถอนบทความที่ตีพิมพ์แล้ว (retraction) โดยพิจารณาบทลงโทษตามความร้ายแรงของการฝ่าฝืนเป็นลำดับขั้น ตามแนวปฏิบัติหรือข้อกำหนดของวารสาร