การพัฒนานักสื่อความหมายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชนบ้านส้อง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

Main Article Content

เบญญา จริยวิจิตร
เกสสิณี ตรีพงศ์พันธุ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานักสื่อความหมายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชนบ้านส้อง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม (Participatory Action Research) และใช้เทคนิคกระบวนการพัฒนาแบบมีส่วนร่วม (Appreciation Influence Control Evaluation Techniques - AICE) เครื่องมือที่ใช้ในงานวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ การสัมภาษณ์ การสังเกต นำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และใช้แบบสอบถามเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการนำเที่ยว นักวิชาการด้านการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยว นำมาวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative Analysis) ใช้สถิติพรรณนาเป็นร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


          ผลการศึกษาทำให้ได้กระบวนการในการพัฒนานักสื่อความหมายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชน ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การสร้างเกณฑ์มาตรฐานนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชน 2) การประเมินสมรรถนะปัจจุบันนักสื่อความหมายท้องถิ่น 3) การอบรมเชิงปฏิบัติการนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชน และ 4) การประเมินการพัฒนานักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชน


          การสร้างเกณฑ์มาตรฐานนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชน โดยการมีส่วนร่วมของสมาชิกกลุ่มนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชนบ้านส้องในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลจากเกณฑ์มาตรฐานมัคคุเทศก์ คู่มือมาตรฐานการท่องเที่ยวชุมชน และคู่มือหลักสูตรการจัดกิจกรรมการพัฒนาผู้นำการท่องเที่ยวโดยชุมชน ทำให้ได้เกณฑ์มาตรฐานนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชนที่มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบท ศักยภาพ และข้อจำกัดของชาวบ้านและความเป็นชุมชนท้องถิ่น เกณฑ์ฯ แบ่งเป็น 3 ด้าน 14 ข้อย่อย ได้แก่ ด้านคุณสมบัติ ด้านความรู้ และด้านทักษะการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบและจรรยาบรรณนักสื่อความหมาย โดยได้นำมาใช้ในกระบวนการประเมินสมรรถนะและพัฒนานักสื่อความหมายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชนบ้านส้องในขั้นตอนต่อไป


          การประเมินสมรรถนะปัจจุบันนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชน ใช้กิจกรรมการตั้งประเด็นคำถามโดยใช้ข้อมูลจากเกณฑ์มาตรฐานนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชน และร่วมกันคิดและวิเคราะห์สภาพปัญหาทำให้ได้แนวทางในการพัฒนานักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชนบ้านส้อง แบ่งผลการสังเคราะห์ข้อมูลได้เป็น 3 ด้านตามเกณฑ์มาตรฐานนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชน


          การอบรมเชิงปฏิบัติการนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชน ใช้วิธีการสังเคราะห์ข้อมูลจากกระบวนการประเมินสมรรถนะนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชนบ้านส้อง พบว่า แนวทางการพัฒนานักสื่อความหมายการท่องเที่ยวชุมชนบ้านส้องนั้น ควรใช้การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ ได้แก่ มัคคุเทศก์มืออาชีพ และเจ้าหน้าที่จากอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นมาร่วมให้ความรู้และข้อเสนอแนะด้านการสื่อความหมายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศชุมชน ประกอบด้วย 2 กิจกรรม ได้แก่ 1) การอบรมโดยการบรรยาย การสาธิต 2) การฝึกปฏิบัติการทดลองการนำเที่ยว (Pre-travelling) ใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ ความรู้ด้านนักสื่อความหมายการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ความรู้ด้านคุณสมบัติและจรรยาบรรณของนักสื่อความหมาย และทักษะการสื่อความหมายการท่องเที่ยว


          การประเมินการพัฒนานักสื่อความหมายการท่องเที่ยวของชุมชน ใช้กิจกรรมการประเมินทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยแบ่งกิจกรรมการประเมินเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ 1) การประเมินความรู้และทักษะการสื่อความหมายการท่องเที่ยว เป็นการประเมินเชิงคุณภาพหลังจากการทดลองนำเที่ยวที่ชาวบ้านได้ฝึกปฏิบัติเสมือนนำเที่ยวจริงในแหล่งท่องเที่ยวในชุมชน 2) การประเมินมาตรฐานการสื่อความหมายการท่องเที่ยวของชุมชนบ้านส้อง โดยการจัดกิจกรรมในรูปแบบ Familiarization Trip และใช้การประเมินเชิงปริมาณ ผลการประเมิน พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยรวม 3.78 และพบว่า ประเด็นที่ผู้ตอบแบบสอบถามพึงพอใจมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ นักสื่อความหมายมีการปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมกับนักท่องเที่ยว นักสื่อความหมายมีสภาพร่างกายที่พร้อมในการปฏิบัติงาน และนักสื่อความหมายเป็นคนในชุมชน เป็นสมาชิกกลุ่มท่องเที่ยว และได้รับการยอมรับจากชุมชน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามมีความพึงพอด้านคุณสมบัตินักสื่อความหมายการท่องเที่ยวของชุมชนมากที่สุด รองลงมาคือด้านทักษะการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบ และด้านความรู้

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรรณิกา พิมลศรี. (2554). การพัฒนาระบบสื่อความหมายในแหล่งท่องเที่ยวโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่นโดยการประยุกต์ใช้แบบจำลอง L4T PINE ในบ้านสันติสุข ตำบลขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา. การประชุมวิชาการมหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี 2554 “การพัฒนาอนาคตชนบทไทย : ฐานรากที่มั่นคงเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน” 27-29 มกราคม 2554. กรุงเทพฯ : สํานักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย.
กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา. (2558). ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย พ.ศ. 2558-2560. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2560, จาก https://www.mots.go.th/ewt_dl_link.php?nid=7114
ทิพาวรรณ วรรณมหินทร์. (2557). การสื่อความหมายมรดกวัฒนธรรมของชุมชนประวัติศาสตร์ในเกาะรัตนโกสินทร์. สืบค้นเมื่อ 13 มิถุนายน 2560, จาก doi.nrct.go.th/ListDoi/Download/328748/
ประกอบศิริ ภักดีพินิจ, และกรรณิกา พิมลศรี. (2553). โครงการศึกษาศักยภาพทางการท่องเที่ยวเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเมืองชายแดนภูซางอย่างยั่งยืน. กรุงเทพฯ: สำนักงานสนับสนุนการวิจัย.
รักธิดา ศิริ. (2557). การพัฒนาระบบสื่อความหมายบนพื้นฐานข้อมูล Green Map ของชุมชนเพื่อท่องเที่ยวโดยชุมชนแบบมีส่วนร่วม. สืบค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2560, จากhttp://www.stu2.mju.ac.th/openFile.aspx?id=MTQ2MzU0
ฤทัยภัทร พิมลศรี, และทศพล คุ้มสุพรรณ. (2557). พิพิธภัณฑ์มีชีวิต: สื่อเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวเชื่อมโยงวิถีชุมชนเมืองชายแดนภูซาง จังหวัดพะเยา. สืบค้นเมื่อ 20 มิถุนายน 2560, จากj-com-dev-and-life-qua.oop.cmu.ac.th/uploads/file/egkmnprsvz18.docx
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. (2560). แผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่างยั่งยืน พ.ศ. 2559 - 2563. สืบค้นเมื่อ 9 มีนาคม 2560, จาก http://cabinet.soc.go.th/soc/Program2-3.jsp?top_serl=99322945
สิทธิณัฐ ประพุทธนิติสาร. (2545). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม: แนวคิดและแนวปฏิบัติ. เชียงใหม่ : วนิดาเพรส.
อรพินท์ สพโชคชัย. (2537). คู่มือการจัดการประชุมเพื่อระดมความคิดในการพัฒนาหมู่บ้าน. กรุงเทพฯ: สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย.
Nakphin, S. et al. (2016). Enhancing Tourism Destination Standard focusing on Waterfall. International Conference on Business Management, Social Science and Sustainable Development BMSS-2018. Japan-Tokyo.