มาตรการกฎหมายเชิงบูรณาการ : การสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งเพื่อลดการกระทำความผิดซ้ำในสังคมไทย
คำสำคัญ:
ผู้พ้นโทษ, คดีอุกฉกรรจ์, การกระทำความผิดซ้ำบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มุ่งศึกษามาตรการทางกฎหมายเชิงบูรณาการในการสร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็งเพื่อลดการกระทำผิดซ้ำในสังคมไทย ทั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ปัญหาเกี่ยวกับการส่งต่อผู้กระทำความผิดหลังพ้นโทษสู่สังคม (คืนคนดีสู่สังคม) ของประเทศไทย ในประเด็นการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อป้องกันการกระทำความผิดซ้ำของผู้กระทำความผิดคดีอุกฉกรรจ์ 2) แนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับการลงโทษผู้กระทำความผิด การแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำความผิดโดยรัฐร่วมกับชุมชนและการสงเคราะห์และดูแลผู้พ้นโทษ 3) ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งต่อผู้กระทำความผิดหลังพ้นโทษสู่สังคมและการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนทั้งของประเทศไทยและของต่างประเทศ และ4) เพื่อเสนอมาตรการทางกฎหมายเพื่อการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนขึ้นภายในประเทศไทย โดยวิเคราะห์รูปแบบการมีส่วนร่วมของชุมชนในกระบวน การยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ ตลอดจนศึกษาแนวทางการพัฒนากฎหมายและนโยบายที่เอื้อต่อการสร้างเครือข่ายชุมชนในการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ ผลการวิจัยพบว่า การบูรณาการมาตรการทางกฎหมายร่วมกับการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนผ่านรูปแบบเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ส่งผลให้อัตราการกระทำผิดซ้ำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ การพัฒนากลไกทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรม การสร้างระบบสนับสนุนทางสังคมและเศรษฐกิจสำหรับผู้พ้นโทษ และการส่งเสริมความตระหนักรู้ของสังคมต่อการยอมรับผู้พ้นโทษกลับคืนสู่สังคม เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการลดการกระทำผิดซ้ำในบริบทสังคมไทย ซึ่งผู้วิจัยได้เสนอแนะเชิงนโยบายในการพัฒนากฎหมายและแนวปฏิบัติที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในกระบวนการยุติธรรมอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
เอกสารอ้างอิง
นริศร์ พรรณพัฒน์, ‘กฎหมายบังคับโทษ : ปัญหาเกี่ยวกับการสงเคราะห์หลังปล่อย’ (2560) <https://grad.dpu.ac.th> สืบค้นเมื่อ20 ตุลาคม 2565.
พยนต์ สินธุนาวา, ‘บทบาทและหน้าที่ของพนักงานคุมประพฤติด้านการสืบเสาะและพินิจ’ (เอกสารประกอบผลงานเรื่องที่ 1 กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม) 6-9.
ศักดิ์ชัย เลิศพานิชพันธุ์, ‘มาตรการทางกฎหมายในการคุ้มครองสิทธิและสงเคราะห์ผู้พ้นโทษ’ (วิทยานิพนธ์ นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 2561) 38.
กรมราชทัณฑ์, ‘คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ เอกสารองค์การสหประชาชาติ E/CN.15/2015/L.6/Rev.ภาคผนวก ข้อกำหนดขั้นต่ำขององค์การสหประชาชาติในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง (United Nations Standard Minimum Rules for the Treatment of Prisoners) (ข้อกำหนดแมนเดลลา - Mandela Rules) พ.ศ. 2558’ (2559) 3-5.
‘ไอ้แหบ เดนคุก’ <https://www.thairath.co.th> สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2565.
‘สมศักดิ์ เร่งดันกฎหมายติดตามพฤติกรรมผู้พ้นโทษ ถอดโมเดลออสเตรเลีย อเมริกา’ ไทยรัฐออนไลน์ (13 มิถุนายน 2564) <https://www.thairath.co.th/news/crime/2114736> สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2565.
พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565
สุพจน์ สุโรจน์, การบริหารงานยุติธรรม (มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 2562) 2-19.
อัคคกร ไชยพงษ์, ‘กระบวนการยุติธรรมทางอาญา’ (เอกสารประกอบการบรรยาย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 2564) 144 – 146.
สุพิชฌาย์ ศิริวัฒนา สีตะสิทธิ์, ‘แนวทางที่เหมาะสมในการลงโทษและแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิดซ้ำในกระบวนการยุติธรรมไทย’ (ดุษฎีนิพนธ์ นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 2558) 259-263.
กรมคุมประพฤติ, ‘คำแปลอย่างไม่เป็นทางการมาตรฐานขั้นต่ำสหประชาชาติว่าด้วยมาตรการไม่ควบคุมตัว’ สืบค้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2565.
กรมคุมประพฤติ สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย, ‘บันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยและการสงเคราะห์ผู้ต้องขังภายหลังพ้นโทษ ระหว่างกรมราชทัณฑ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการจัดหางาน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ สืบค้นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2565.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารนิติศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารนิติศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ