การกำหนดค่าเสียหายในคดีสิ่งแวดล้อม : ศึกษากรณีสารเคมีเป็นพิษ
คำสำคัญ:
การกำหนดค่าเสียหายคดีสิ่งแวดล้อม, สารเคมีเป็นพิษ, การประเมินมูลค่าสิ่งแวดล้อม, ค่าเสียหายเชิงลงโทษบทคัดย่อ
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์สามประการ (1)เพื่อศึกษาถึงลักษณะการกำหนดค่าเสียหายในคดีสิ่งแวดล้อม รวมถึงศึกษาแนวคิดในการกำหนดค่าสินไหมทดแทนและปัญหาในการกำหนดค่าสินไหมทดแทนในคดีสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันที่ส่งผลกระทบต่อการเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสารเคมีเป็นพิษ (2)เพื่อศึกษาความเป็นมาวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ในกำหนดค่าเสียหายตามหลักกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่กฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอังกฤษ รวมทั้งตัวอย่างคดีสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีเป็นพิษที่กำหนดหลักเกณฑ์คำนวณค่าเสียหายไว้ (3)เพื่อศึกษาแนวทางถึงหลักกฎหมายสิ่งแวดล้อมของไทยเกี่ยวกับความรับผิดในทางแพ่งและการกำหนดค่าสินไหมทดแทนกรณีที่เกิดความเสียหายต่อบุคคล เอกชนและความเสียหายต่อรัฐให้เกิดความเหมาะสมและเสนอแนะแนวทางในการกำหนดค่าเสียหายเพื่อให้มีประสิทธิภาพต่อไป โดยวิธีการศึกษาใช้การศึกษาทางเอกสาร รวบรวมและวิเคราะห์เปรียบเทียบกฎหมายไทยและกฎหมายต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยศึกษากฎหมายว่าด้วยความรับผิดชดเชยและความรับผิดชอบทางสิ่งแวดล้อมอย่างครอบคลุม (The Comprehensive Environmental Response, Compensation and Liability Act : CERCLA) และ ประเทศอังกฤษ โดยศึกษากฎหมายค่าเสียหายเชิงลงโทษ ที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางในการกำหนดค่าเสียหายที่เกิดจากสารเคมีเป็นพิษ
จากการศึกษาพบว่าแม้ว่าพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ที่กำหนดให้ผู้ก่อมลพิษจะต้องรับผิดในค่าเสียหายอันเกิดการการรั่วไหลหรือแพร่กระจายของมลพิษโดยนำหลักความรับผิดโดยเคร่งครัด (Strict Liability) และหลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย (Polluter pays principle หรือ PPP) ก็ตาม โจทก์ต้องพิสูจน์ว่าความเสียหายนั้นเกิดจากผลของการกระทำจำเลย ซึ่งอาจครอบคลุมถึงข้อพิจารณาอื่นในเรื่องคามเสียหายด้วย เช่น ความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ และการฟื้นฟูความเสียหาย เป็นต้น อีกทั้งต้องอาศัยพยานผู้เชี่ยวชาญในการพิสูจน์ค่าเสียหาย ตลอดจนใช้ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์มาคำนวณค่าเสียหายทางสิ่งแวดล้อม การใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายในคดีสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องยากของศาลยังมีปัญหาและอุปสรรคที่มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเสียหายจากสารเคมีเป็นพิษ และศาลจะกำหนดค่าเสียหายศาลจะต้องพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ประกอบกับโจทก์นำมาแสดง และความเสียหายในเรื่องสารเคมีต้องใช้เวลาในการแสดงผล ค่าเสียหายได้ในขณะที่ศาลพิจารณาอาจไม่ครอบคลุมถึงผู้กระทำผิดต้องชดใช้ค่าเสียหาย
บทความนี้เสนอแนะว่า ควรกำหนดหลักเกณฑ์การกำหนดค่าเสียหายในคดีสิ่งแวดล้อมกรณีสารเคมีเป็นพิษไว้ในกฎหมายเฉพาะ และควรเพิ่มหลักการชดใช้ค่าเสียหายในทางแพ่งในเชิงลงโทษเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้และเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างความเกรงกลัวและป้องกันไม่ให้เกิดพฤติกรรมเช่นนี้ซ้ำอีกในอนาคต โดยกำหนดหลักเกณฑ์ค่าเสียหายเชิงลงโทษไว้อย่างชัดเจน เพื่อความเที่ยงธรรมและได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารนิติศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารนิติศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ