ปัญหาและข้อเสนอแนะต่อการสร้างความเป็นอิสระของรัฐสภาในกลไกตามประมวลจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภาในระบบกฎหมายไทย
คำสำคัญ:
รัฐสภา, ความเป็นอิสระของรัฐสภา, ประมวลจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภา, ระบบกฎหมายไทย, การตรวจสอบถ่วงดุลบทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งวิเคราะห์ปัญหาและเสนอแนะแนวทางในการสร้างความเป็นอิสระของรัฐสภาภายใต้กลไกตามประมวลจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภาในระบบกฎหมายไทย โดยเริ่มต้นจากการอธิบายรากฐานทางทฤษฎีของแนวคิดประมวลจริยธรรมซึ่งมีที่มาจากการผสมผสานระหว่างหลักการประชาธิปไตยกับหลักนิติรัฐ อันเป็นหัวใจของระบอบเสรีประชาธิปไตย ทั้งนี้ ระบบกฎหมายตะวันตกได้ออกแบบประมวลจริยธรรมบนฐานคิดว่ารัฐสภาต้องมีเอกสิทธิ์ ความคุ้มกัน และอำนาจในการกำกับกิจการภายในด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากองค์กรอื่น เช่น รัฐบาลหรือศาล ขณะเดียวกันยังสร้างมาตรฐานความโปร่งใสและความรับผิดชอบต่อสาธารณะให้กับสมาชิกรัฐสภา อย่างไรก็ดี เมื่อแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาปรับใช้ในบริบทไทยผ่านกระบวนการรับเข้ากฎหมายกลับเกิดความไม่สอดคล้องระหว่างแนวคิดต้นแบบกับวัฒนธรรมทางกฎหมายที่มีรากจากระบบศักดินาและแนวคิดทางพุทธศาสนา ส่งผลให้กลไกจริยธรรมของไทยมีลักษณะผิดเพี้ยนจากต้นแบบ กล่าวคือ การกำหนดให้ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลฎีกา และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติเข้ามามีบทบาทตรวจสอบและวินิจฉัยการฝ่าฝืนจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดสากลที่ให้อำนาจดังกล่าวอยู่ภายในรัฐสภาเองโดยหลักความเป็นอิสระของรัฐสภา ปัญหานี้นำไปสู่การลดทอนความเป็นอิสระของรัฐสภาและทำให้การทำหน้าที่แทนประชาชนถูกครอบงำโดยองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพื่อตอบโจทย์ปัญหาดังกล่าว บทความนี้นำเสนอข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้าง ได้แก่ (1) การยืนยันหลักความเป็นอิสระของรัฐสภาในการกำกับดูแลและลงโทษสมาชิกรัฐสภาเองโดยอาศัยกลไกภายใน เช่น คณะกรรมการจริยธรรมของรัฐสภาที่เป็นอิสระจากฝ่ายบริหารและตุลาการ (2) การเสริมสร้างกลไกตรวจสอบจากภายในที่เปิดโอกาสให้เสียงข้างน้อยในรัฐสภามีบทบาท และ (3) การส่งเสริมความรับผิดทางการเมืองผ่านการเลือกตั้งแทนการพึ่งพิงกลไกตุลาการเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ข้อเสนอเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อปรับปรุงความสมดุลระหว่างหลักนิติรัฐและหลักประชาธิปไตยให้สอดคล้องกับบริบทของไทย โดยยังคงรักษาเกียรติภูมิและความน่าเชื่อถือของรัฐสภาในฐานะสถาบันผู้แทนประชาชน
เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการพัฒนาประชาธิปไตย. (2537). กรอบความคิดหลักในการเรียบเรียงบทบัญญัติร่างรัฐธรรมนูญตามแนวรัฐธรรมนูญนิยม (เล่ม 1–2). สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
ทิพย์พรรณ นพวงศ์ ณ อยุธยา และคณะ. (2542). ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
ธงชัย วนิจจะกูล. (2562). เมื่อสยามผลิกผัน: ว่าด้วยกรอบมโนทัศน์พื้นฐานของสยามยุคสมัยใหม่. ฟ้าเดียวกัน.
ปูนเทพ ศิรินุพงศ์. (2567). การรับเข้ากฎหมายรัฐธรรมนูญ: ข้อความคิดและข้อพิจารณาเบื้องต้น. วารสารกฎหมายสงขลานครินทร์, 2, 41–57.
พัฒน์พงศ์ อมรวัฒน์. (2567). หลักกฎหมายเกี่ยวกับหน้าที่ข้าราชการกับการดำเนินการทางวินัย. วิญญูชน.
ไพโรจน์ ชัยนาม. (2524). สถาบันการเมืองและกฎหมายรัฐธรรมนูญ ภาค 1 ความนำทั่วไป. สารศึกษาการพิมพ์.
วรเจตน์ ภาคีรัตน์. (2564). คำสอนว่าด้วยรัฐและหลักกฎหมายมหาชน. อ่านกฎหมาย.
วรวิทย์ กนิษฐะเสน. (2521). กฎหมายมหาชนเบื้องต้น ภาคทฤษฎีพื้นฐานทางกฎหมายรัฐธรรมนูญ. เจริญวิทย์การพิมพ์.
ศุภณัฐ บุญสด. (2568). การศึกษาความเหมาะสมของอำนาจและหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ: ทบทวนความเป็นอิสระของรัฐสภากับกลไกตามประมวลจริยธรรมของสมาชิกรัฐสภาในระบบกฎหมายไทย. กรุงเทพฯ: สถาบันพระปกเกล้า.
สมคิด เลิศไพฑูรย์. (2547). หลักการใหม่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540. มิสเตอร์ก๊อปปี๊.
สายชล สัตยานุรักษ์. (2557). 10 ปัญญาชนสยาม เล่ม 1. Openbooks.
อมร จันทรสมบูรณ์. (2539). การปฏิรูปการเมือง คอนสติติวชั่นแนลลิสม์: ทางออกของประเทศไทย. บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวง.
Bobbio, N. (2015). Liberalism and democracy.
Cini, M. (2019). Institutional change in the European Parliament: Balancing legislative ethics and parliamentary independence. The Journal of Legislative Studies, 25, 314–330.
France, G. (2022). Codes of conduct for parliamentarians. Transparency International.
Loewenstein, K. (1965). Political power and the governmental process. University of Chicago Press.
Loos, T. (2006). Subject Siam: Family, law, and colonial modernity in Thailand. Silkworm Books.
Rosenfeld & A. Sajó (Eds.), The Oxford handbook of comparative constitutional law (pp. 233–249). Oxford University Press.
Maingot, J. P. J. (1997). Parliamentary privilege in Canada. McGill-Queen’s University Press.
Stapenhurst, R., & Pelizzo, R. (2004). Legislative ethics and codes of conduct (Working Paper No. 33034). World Bank Institute.
V-Dem Institute. (2024). Democracy report 2024: Democracy winning and losing at the ballot.
Van der Hulst, M. (2000). The parliamentary mandate: A global comparative study. Inter-Parliamentary Union.
Waldron, J. (2016). Political political theory: Essays on institutions. Harvard University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารนิติศาสตร์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สงวนสิทธิในการเผยแพร่ผลงานที่ตีพิมพ์ในแบบรูปเล่มและทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด
บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารนิติศาสตร์เป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนโดยเฉพาะ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบรรณาธิการไม่จําเป็นต้องเห็นด้วยหรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ