การบริหารงานบุคคลกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนในเครือสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย

Main Article Content

กิตติธัช นาถศรีทา
ประภัสสร สมสถาน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันของการบริหารงานบุคคล และเพื่อศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจน เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสภาพปัจจุบันของการบริหารงานบุคคลกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนในเครือสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทยประชากรคือผู้บริหารสถานศึกษา 58 คนและครูผู้สอน 628 คน จาก 15 โรงเรียนในเครือสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทยที่อยู่ในภาคเหนือ กลุ่มตัวอย่างใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย โดยใช้วิธีการจับฉลากเลือกมา 5 โรงเรียน หน่วยการวิจัยคือผู้บริหารการศึกษาและครูผู้สอน ขนาดตัวอย่าง เปิดตารางของ Krejcie and Morgan ที่ระดับความเชื่อมั่นที่ 95% จำนวน 248 คน จำแนกเป็น 1) ผู้บริหารสถานศึกษา 20 คน และ 2) ครูผู้สอน จำนวน 228 คน จากนั้น สุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้น โดยแบ่งชั้นตามโรงเรียน 5 แห่งและคำนวณหาขนาดที่พอดีของกลุ่มตัวอย่างแต่ละโรงเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) อยู่ระหว่าง 0.67 - 1.00 มีค่าความเชื่อมั่น 0.95 สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเป็นรายข้อและภาพรวมและแปลผลเทียบเกณฑ์ และวิเคราะห์หาค่าความสัมพันธ์ โดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน


ผลการวิจัยพบว่า


  1. สภาพปัจจุบันของการบริหารงานบุคคลของโรงเรียนในเครือสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทยโดยรวม ทั้ง 11 ด้าน สรุปว่ามีการบริหารงานอยู่ในระดับมาก

  2. แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนในเครือสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทยโดยรวม ปัจจัยจูงใจทั้ง 5 ด้าน มีแรงจูงใจในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก ส่วนด้านปัจจัยเกื้อหนุนทั้ง
    11 ด้าน มีแรงจูงใจในการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมาก

  3. สภาพปัจจุบันของการบริหารงานบุคคล โดยรวม 11 ด้าน (X) พบว่ามีความสัมพันธ์กับแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน (Y) ได้แก่ปัจจัยจูงใจ (Y1) โดยรวม 5 ด้าน และปัจจัยเกื้อหนุน (Y2) โดยรวม 11 ด้าน ถือว่ามีความสัมพันธ์เชิงบวกระดับสูงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ทั้งสองปัจจัย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นาถศรีทา ก., & สมสถาน ป. (2026). การบริหารงานบุคคลกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษา ของโรงเรียนในเครือสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย. วารสาร มจร กาญจนปริทรรศน์, 6(1), 1–14. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Kanchana-editor/article/view/283857
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

นวพัชญ์ ฉีดจันทร์. (2564). การบริหารงานบุคคลกับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยศิลปากร.

ฝาริด หมันหลี. (2565). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการเสริมสร้างแรงจูงใจการปฏิบัติงานของครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนเอกชนระดับมัธยมศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดกระบี่ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. (2542). ราชกิจจานุเบกษา, 116(74ก), 1–23.

พยอม วงศ์สารศรี. (2542). องค์การและการจัดการ. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: สุภา.

เอกชัย ชิณโคตร. (2551). การศึกษาคาทอลิก: วัฒนธรรมองค์การของโรงเรียนคาทอลิกในทศวรรษหน้า. นครปฐม: วิทยาลัยแสงธรรม.

Castetter, W. B. (1976). The personnel function in educational administration. (2nd ed.). New York, NY: Macmillan.

Flippo, E. B. (1971). Principles of personnel administration. New York, NY: McGraw-Hill.

Herzberg, F., Mausner, B. and Snyderman, B. B. (1959). The motivation to work. New York, NY: McGraw-Hill.

Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.

Mitchell, T. R. and Larson, J. R. (1987). People in organizations: An introduction to organizational behavior. (3rd ed.). Singapore: McGraw-Hill.