รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครูในสถาบันอาชีวศึกษา เมืองหนานหนิง มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน

Main Article Content

Qin Xiaoli
ตระกูล จิตวัฒนากร
บุษกร วัฒนบุตร

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาระดับสมรรถนะของครูในสถาบันอาชีวศึกษาเมืองหนานหนิง มณฑลกวางสีสาธารณรัฐประชาชนจีน และ 2) เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครูในสถาบันอาชีวศึกษา เมืองหนานหนิง มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน การวิจัยในครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี ทำวิจัยเชิงปริมาณโดยเครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลคือแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูล จำนวน 388 คน ทำวิจัยเชิงคุณภาพโดยเครื่องมือคือแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 12 คน และผู้เชี่ยวชาญสำหรับการสนทนากลุ่มเฉพาะ จำนวน 9 คน มีเกณฑ์ในการเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า 1) ระดับสมรรถนะของครูโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด คือองค์ประกอบที่ 1 ด้านภาวะผู้นำทางวิชาชีพ รองลงมาองค์ประกอบที่ 5 ด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ และด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ องค์ประกอบที่ 4 ด้านการปฏิบัติการของครู และจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เห็นว่ารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครู ประกอบด้วย 1) ภาวะผู้นำทางวิชาชีพ 2) การวิจัยและนวัตกรรม 3) การปรับตัวในยุคพหุวัฒนธรรม 4) การปฏิบัติการของครู 5) จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ 6) การพัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนรู้ 7) การรู้เท่าทันเทคโนโลยีดิจิทัล 8) การทำงานเป็นทีม 2) รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครู ประกอบด้วย ภาวะผู้นำทางวิชาชีพ PLC Leadership Workshop, Role Play การวิจัยและนวัตกรรม Mini Action Research Training การปรับตัวในยุคพหุวัฒนธรรม Cross-Cultural Dialogue การปฏิบัติการของครู Hands-on Lab Demonstration จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพ Reflection จาก Case Study การจัดการเรียนรู้ Lesson Study หลักสูตรและเทคโนโลยีดิจิทัล อบรมใช้ LMS และ AI Tools การทำงานเป็นทีม Team Teaching และการประเมินรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครู ซึ่งพิจารณา 4 ด้าน พบว่า ความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสม ความถูกต้องครอบคลุม ทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุด

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Xiaoli, Q., จิตวัฒนากร ต., & วัฒนบุตร บ. (2025). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครูในสถาบันอาชีวศึกษา เมืองหนานหนิง มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน. วารสาร มจร กาญจนปริทรรศน์, 5(3), 172–186. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Kanchana-editor/article/view/284039
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2550). การวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS และ AMOS. พิมพ์ครั้งที่ 13. กรุงเทพฯ: บิสอาร์แอนด์ดี.

ธนกฤต อั้งน้อย. (2563). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะครูใหม่ในศตวรรษที่ 21 ตามแนวคิดโรงเรียนเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ (วิทยานิพนธ์การศึกษาดุษฎีบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.

วัชราภรณ์ ประภาสะโนบล และคณะ. (2564). ประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของนักศึกษาครู โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับการสอนแบบสร้างสรรค์เพื่อเสริมสร้างความสามารถ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของนักเรียน. วารสารศึกษาศาสตร์ปริทัศน์, 38(1), 21-34.

ศิริชัย โอมฤก และคณะ. (2567). รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 13(49). 294-303.

สุพจน์ ภักดีศิริ. (2564). สมรรถนะครูในยุคดิจิทัล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 47(1), 15-28.

สมบัติ นพรัก. (2564). สมรรถนะครูไทยในยุคเปลี่ยนผ่านการศึกษา. วารสารวิชาการศึกษาศาสตร์, 12(2), 45–60.

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580). กรุงเทพฯ: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). รายงานการศึกษาไทยในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค.

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2564). ยุทธศาสตร์การพัฒนาอาชีวศึกษาเพื่อสร้างกำลังคนคุณภาพ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แนวทางการประเมินสมรรถนะครูเพื่อการพัฒนาวิชาชีพ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

อังคณา อ่อนธานี. (2564). การพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนรู้ของครูเพื่อส่งเสริมการคิดขั้นสูงสำหรับผู้เรียนชั้นมัธยม. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 23(4), 406-418.

ฮวง เหวินซิน และไพฑูรย์ อินต๊ะขัน. (2566). ปัจจัยทางการบริหารจัดการที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าศึกษาในโรงเรียนเทคนิคอาชีวศึกษา LIU ZHOU แห่งที่ 2 มณฑล GUANG XI สาธารณรัฐประชาชนจีน. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 5(3), 33-43.

Best, W. J. (1997). Research in Education. 7th ed. Boston: Allyn and. Bacon.

China Ministry of Education (CMOE). (2010). National Education Reform and Development Plan (2010-2020). Beijing: China Ministry of Education (CMOE).

Likert, R. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale, in Attitude Theory and Measurement. New York: Wiley & Son.

Nastasi, B. K. & Schensul, J. J. (2005). Contributions of qualitative research to the validity of intervention research. Journal of School Psychology, 43(3), 177–195.

Robinson, B. & Yi, H. (2008). Equity in professional development access in rural China. Journal of Rural Education, 25(1), 13–29.

Spencer, L. M. & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: A model for superior performance. New York: John Wiley & Sons.

Stufflebeam, D. L. (1971). The relevance of the CIPP evaluation model for educational accountability. Paper presented at the Annual Meeting of the American Educational Research Association, Atlantic City, NJ.

Yamane, T. (1973). Statistics: An introductory analysis (3rd ed.). New York: Harper & Row.

Teddlie, C., & Liu, S. (2008). Professional learning communities in China. Educational Research, 50(3), 280–298.

Zhao, Y., Sun, Y. & Zhang, L. (2009). Teacher professional development in China: Challenges and prospects. Asian Journal of Education, 21(4), 501–515.