การพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์เชิงรุกเพื่อส่งเสริมเจตคติและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาวิทยาลัยดุสิตธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์เชิงรุก และ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติของนักศึกษาที่เรียนด้วยวิธีบรรยายและรูปแบบการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์เชิงรุก รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ งานวิจัยนี้ได้ใช้รูปแบบการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์เชิงรุกในรายวิชาทักษะการวิเคราะห์เชิงปริมาณเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ วิทยาลัยดุสิตธานี กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนวิชาทักษะการวิเคราะห์เชิงปริมาณ 2 ห้อง จำนวน 49 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 3 ชนิด คือ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ 2) แบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ 3) แบบวัดเจตคติ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบที
ผลการวิจัยพบว่า
1. แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์เชิงรุกรายคาบครอบคลุมเนื้อหาในรายวิชาทักษะการวิเคราะห์เชิงปริมาณ จำนวน 15 สัปดาห์ แต่ละแผนประกอบด้วย จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและการประเมินผล และในแผนการสอนมีรูปแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุกทั้งหมด 6 รูปแบบ คือ 1) การเรียนรู้แบบแลกเปลี่ยนความคิด 2) การเรียนรู้แบบร่วมมือ 3) การเรียนรู้แบบใช้เกม 4) การเรียนรู้แบบวิเคราะห์วีดีโอ 5) การเรียนรู้แบบกรณีศึกษา และ 6) การเรียนรู้แบบแผนผังความคิด
2. ผลสัมฤทธิ์ของนักศึกษาที่เรียนแบบการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์เชิงรุก (Mean = 30.85, S.D. = 6.49) และที่เรียนแบบบรรยาย (Mean= 27.95, S.D. = 4.28) มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05 รวมทั้งเจตคติของนักศึกษาที่เรียนแบบการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์เชิงรุก (Mean = 4.20, S.D. = 0.70) และกลุ่มควบคุม (Mean = 3.71, S.D. = 0.83) มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ .05
ผลสัมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจคติของนักศึกษาสูงขึ้นเมื่อได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดกิจกรรมการสอนเชิงรุก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กมลฉัตร กล่อมอิ่ม. (2562). การพัฒนาหลักสูตรสะเต็มศึกษา. (พิมพ์ครั้งที่ 2). พิษณุโลก: รัตนสุวรรณ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542. กรุงเทพฯ: สยามสปอร์ต ซินดิเคท.
กิตติพันธ์ วิบุลศิลป์. (2560). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามแนวคิดห้องเรียนกลับทางร่วมกับการเรียนรู้เชิงรุกที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 5 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิราภรณ์ ยกอินทร์. (2560). การจัดการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสวนดุสิต.
เบญจพร สว่างศรี. (2559). ผลการจัดกิจกรรมการสอนคณิตศาสตร์เชิงรุกเพื่อส่งเสริมผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาระดับปริญญาตรี (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ.
ปาริชาติ ประเสริฐสังข์. (2563). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยการเรียนรู้เชิงรุก เรื่อง ความน่าจะเป็นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนปทุมรัตต์พิทยาคม จังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 14(2), 102–111.
พิมพ์พันธ์ เดชะคุปต์, และ พเยาว์ ยินดีสุข. (2563). การเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลังกับ PLC เพื่อพัฒนา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วารินท์พร ฟันเฟื่องฟู. (2562). การจัดการเรียนรู้ Active learning ให้สำเร็จ. วารสารวไลยลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 9(1), 1–10.
ศิริมา วงษ์สกุลดี. (2558). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์ด้วยการเรียนรู้เชิงรุกที่มีต่อความสามารถในการแก้ปัญหาและการให้เหตุผลทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยศิลปากร, 8(2), 1265–1281.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). แนวทางการนิเทศเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) ตามนโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท.
Bonwell, C. C. and Eison, J. A. (1991). Active learning: Creating excitement in the classroom (ASHE-ERIC Higher Education Report No. 1). Washington, DC: The George Washington University, School of Education and Human Development.
Felder, R. M. and Brent, R. (1996). Navigating the bumpy road to student-centered instruction. College Teaching, 44(2), 43–47.
McKinney, S. E. (2008). Developing teachers for high-poverty schools: The role of the internship experience. Urban Education, 43(1), 68–82.
Meyers, C. and Jones, T. B. (1993). Promoting active learning: Strategies for the college classroom. San Francisco, CA: Jossey-Bass.