สถานการณ์ภาวะท้องผูก พฤติกรรมการบริโภคอาหาร และพฤติกรรมการออกกำลังกายของอาจารย์และบุคลากร มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

Main Article Content

เนตรดาว สงวนสิน
วรรณรา ชื่นวัฒนา

บทคัดย่อ

การวิจัยแบบภาคตัดขวางนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ภาวะท้องผูก ความรู้เกี่ยวกับภาวะท้องผูก การบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย รวมถึงพฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกาย และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางประชากร ความรู้เกี่ยวกับภาวะท้องผูก การบริโภคอาหารและการออกกำลังกาย พฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกายกับสถานการณ์ภาวะท้องผูกของอาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มแบบมีระบบ  จำนวน 470 คน เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและไควสแคร์


          ผลการวิจัยพบว่า อาจารย์และบุคลากรมีภาวะท้องผูก ร้อยละ14.30 มีความรู้เกี่ยวกับภาวะท้องผูก การบริโภคอาหารและการออกกำลังกายในระดับปานกลาง มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกายเหมาะสมในระดับปานกลาง พฤติกรรมการบริโภคอาหารและพฤติกรรมการออกกำลังกาย มีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ภาวะท้องผูก  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แต่ เพศ อายุ สถานะการทำงาน สถานภาพสมรส ศาสนา รายได้เฉลี่ยต่อเดือน โรคประจำตัว และความรู้เกี่ยวกับภาวะท้องผูก การบริโภคอาหารและการออกกำลังกายไม่มีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ภาวะท้องผูก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05


         จากผลการวิจัยมีข้อเสนอแนะคือ มหาวิทยาลัยควรสนับสนุนและส่งเสริมให้อาจารย์และบุคลากร มีพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่มีกากใยและการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กองบริหารงานบุคคล สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. (2559).สถิติบุคลากร. ค้นจาก http://person.bsru.ac.th/4sathiti.php

กองสุขศึกษา. (2558). การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหารสำหรับวัยทำงาน. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.

จันทร์อาภา ธนธรรมสถิตย์. (2559). ปัจจัยที่มี ความสัมพันธ์กับภาวะท้องผูก ในผู้สูงอายุโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไต. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ ,34(4),28-36

นงลักษณ์ ลิ้มกุล. (2552). ประสิทธิผลและความปลอดภัยของการใช้ยาเม็ดมะขามแขกในการรักษาภาวะท้องผูกเรื้อรังในผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย.(วิทยานิพนธ์ (ภ.ม.)). จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

พูลชัย จรัสเจริญวิทยา. (2554). ท้องผูก:ความชุกของโรค. สาขาวิชาโรคระบบทางเดินอาหารภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล.

ภวัต เลิศสุธน. (2555). พุทธศาสนากับการจัดการปัญหาสุขภาพที่สลับซับซ้อน. ค้นจาก http://www.stou.ac.th/Schools/Shs/booklet/book55_4/culture.html

มยุรา วัฒนพงศ์ไพศาล และคณะ. (2558). ผลของการบริโภคน้ำผักผลไม้ผสมใยอาหารต่อการขับถ่ายอุจจาระในผู้ที่มีภาวะท้องผูก. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 45(2), 210-224.

มูลนิธิโรม. (2006). เกณฑ์โรม III. Gastroenterological,12(1),15.

วาสนา บุญปัญญา และคณะ. (2554). ผลของโปรแกรมป้องกันอาการท้องผูกสำหรับผู้ป่วยระบบประสาท. รามาธิบดีพยาบาลสาร ,18(2),237-248.

สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ. (2555). พึ่งยาระบายเป็นประจำทำให้ลำไส้เป็นอัมพาต. ค้นจาก http://news.thaipbs.or.th/content/129314

AbdulRhman AlDukhayel, et al.(2009) Constipation is closely associated with depression in patients with end-stage renal disease undergoing hemodialysis or peritone aldialysis. Korean J Nephrol 28,610-616

Department of Internal Medicine, University of Michigan Division of Gastroenterology.(2004). Epidemiology of constipation in North America: a systemic review. AmJ Gastroenterol 99,740-750

Green, L.W., & Kreuter, M.W. (1999). Health promotion planning: An education and ecological approach (3 ed.). Mountiain: Mayfield publishing.

Mueller and Lissner, et al. (2009). Survey of laxative use by adults with self-definer constipation in South America and Asia: a comparison of six countries. Aliment
Pharmacol Ther 31: 274-284

World Gastroenterology Organisation Global Guidelines. (2010). Constipation: a global perspective. World Gastroenterology Organization:1-13.

World Gastroenterology Organization [WGO]. (2007). Constipation practice guideline. Retrieved from http://www.worldgastroenterology.org/assets//downloads/en/pdf/guidelines/05constipation.pdf

Yamane, T. (1970). Statistics: An Introductory Analysis. Harper International Edition,Tokyo: 580 – 581.