การป้องกันการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ1) ศึกษาสภาพปัญหาการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ 2) เพื่อศึกษาปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ 3) เพื่อเสนอแนะแนวทางการป้องกันการตกเป็นเหยื่อทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ โดยเป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยองค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน ทีมสหวิชาชีพ จำนวน 10 คน
ผลการวิจัยพบว่า สภาพปัญหาการตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศในสื่อสังคมออนไลน์ปัจจุบันมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งเกิดจากหลายสาเหตุทั้งจากตัวของเด็กที่เข้าถึงโซเชียลมีเดียได้ง่าย ไม่ถูกจำกัดเรื่องสถานที่ และเวลา อีกทั้งตัวของเด็กเองมีการรับรู้สื่อหรือว่ามีการระวังตัวเองที่ต่างกันออกไป รวมถึงการตอบสนองเมื่อเกิดเหตุหรือถูกกระทำ ครอบครัวของเด็กมีปัญหาในครอบครัวที่ทำให้เด็กต้องพึ่งพาสังคมออนไลน์ สภาพแวดล้อมที่เด็กอยู่ รวมไปถึงเพื่อนของเด็ก และตัวผู้กระทำความผิดที่มักจะเป็นผู้ที่มีความชำนาญ ส่วนรูปแบบการคุกคามทางเพศในโลกออนไลน์ประกอบด้วย การกลั่นแกล้งทางเพศ การข่มขู่ทางเพศ การลวนลามทางเทศ และ การอนาจารทางเพศ สำหรับปัญหาและอุปสรรคในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ พบว่า ถึงแม้กฎหมาย บทลงโทษ และนโยบายของรัฐเกี่ยวกับการป้องกันการถูกคุกคามทางเพศในโลกออนไลน์มีความสอดคล้องเหมาะสมกัน แต่การนำผู้ต้องหามาลงโทษนั้นมีความยากลำบาก เนื่องจากว่าในโลกออนไลน์นั้น ไม่สามารถเก็บพยานหลักฐานได้ครบทั้งหมด และขาดการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาครัฐกับภาคเอกชน ส่วนแนวทางในการป้องกันการตกเป็นเหยื่อทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์ รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการดำเนินการเชิงรุก การประชาสัมพันธ์ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ความรู้แก่เด็ก เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับคดีและเหยื่อ ไม่เผยแพร่ข้อมูลเหยื่อ ส่วนองค์กรเอกชนหรือภาคเอกชนควรให้การสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ให้หน่วยงานภาครัฐ ข้อเสนอแนะจาการวิจัย การคุกคามทางเพศของเด็กในโลกออนไลน์มีหลายรูปแบบ ดังนั้นผู้ปกครอง ครู และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตลอดจนหน่วยงานภาคเอกชนควรสร้างการตระหนัก ความรู้ความเข้าใจในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ และการป้องกันตนเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อคุกคามทางเพศในสื่อสังคมออนไลน์
Article Details
- บทความหรือข้อคิดเห็นใดๆ ในวารสารคุณภาพชีวิตกับกฎหมายเป็
- กองบรรณาธิการไม่สงวนสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
จิรศักดิ์ ภูมิเจริญ. (2563, 25 เมษายน). เอกสารประกอบการเรียนการสอนวิชา 400-13-01 เทคโนโลยีสารสนเทศบูรณาการ (integrated information technology). [ระบบออนไลน์]. http://lms.rmutsb.ac.th/elearning/claroline/document/document. php? cidReset=true&cidReq=4001301_003.
บารเมษฐ์ ดวงเพชร. (2559). การคุกคามทางสื่อออนไลน์ต่อนักศึกษาระดับอุดมศึกษาในจังหวัดเชียงใหม่. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแม่โจ้.
เปรมฤดี บุญตามช่วย. (2550). การตกเป็นเหยื่อจากการถูกคุกคามทางอินเตอร์เน็ต : ศึกษากรณีผู้ใช้โปรแกรมการสนทนาทางอินเทอร์เน็ต. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยมหิดล.
ธวัชชัย แม่นศร. (2562). กลยุทธ์การนำเสนอสารของเฟซบุ๊กแฟนเพจบริษัททัวร์ชั้นนำของประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
รักข์ษิตา โพธิ์พิทักษ์กุล. (2550). มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับการคุกคามทางอินเตอร์เน็ต. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาซน). (2562). รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์
(องค์การมหาชน).
World internet users statistics. (2020, 24 March). Internet user in the world. [ระบบออนไลน์]. http://www.internetworldstats.com/stats.htm.