การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนันทนาการในจังหวัดนครนายกด้วยการประยุกต์ใช้ส่วนประสมทางการตลาดบริการในมุมมองของนักท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการ และเพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงนันทนาการในจังหวัดนครนายก ตามแนวคิดส่วนประสมทางการตลาดบริการในมุมมองของนักท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยว และร่วมกิจกรรมนันทนาการในจังหวัดนครนายก จำนวน 400 ตัวอย่าง ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาด้วยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่าระดับความคิดเห็นปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดของนักท่องเที่ยวนันทนาการในจังหวัดนครนายก ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 3.84. SD = 0.44) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด ได้แก่ ด้านลักษณะทางกายภาพอยู่ในระดับมาก (M = 3.87. SD = 0.60) รองลงมาเป็นปัจจัยด้านบุคลากรอยู่ในระดับมาก (M = 3.85, SD = 0.54) ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมาก (M = 3.83, SD =0.60) ปัจจัยด้านช่องจัดจำหน่ายอยู่ในระดับมาก (M = 3.82, SD = 0.63) ปัจจัยด้านส่งเสริมการตลาดอยู่ในระดับมาก (M = 3.81, SD = 0.64) ปัจจัยด้านกระบวนบริการอยู่ในระดับมาก (M = 3.79, SD =0.62) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ปัจจัยด้านราคาอยู่ในระดับมาก (M = 3.71, SD = 0.59) ตามลำดับ โดยแนวทางการพัฒนาประกอบด้วย 7 ด้าน คือ ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องจัดจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านบุคลากร ด้านกระบวนการบริการ และด้านลักษณะทางกายภาพ ซึ่งองค์ประกอบเหล่านี้จะเป็นแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนันทนาการในจังหวัดนครนายก
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในวารสาร ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้น และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
เอกสารอ้างอิง
Department of Physical Education. (2014). Recreation. Retrieved November 27, 2020, from http://www.dep.go.th.
Department of Tourism. (2019). International Tourist Arrivals to Thailand 2019. Retrieved August 8, 2020, from http://www.tourism2tourism.go.th
Klinchuen, N., & Na Thalang, C. (2017). Guidelines to Promote Recreational Attraction in Samutprakan Province. Dusit Thani College Journal, 11(1), 167-183.
Middleton, V. T. C. et al. (2009). Marketing in Travel and Tourism. (4th ed.). Burlington: Butterworth-Heinemann.
Ministry of Tourism & Sports. (2016). International Tourist Arrivals to Thailand 2016. Retrieved August 8, 2020, from https://www.mots.go.th/more_news_new.php?cid=486.
Minsiri, P. (2019). Nakhon Nayok Recreational Tourist Attraction. Retrieved November 12, 2020, from http://travel.kapook.com/view206012.html.
Perreault, W., Cannon, J., & McCarthy, E. J. (2018). Essentials of Marketing (16th ed.). New York: McGraw-Hill Education.
Proyrungroj, R. (2015). Tourist Behavior. Bangkok: Odeon Store.
Srisa-ard, B. (2010). Basic research (8th ed.). Bangkok: Suweeriyasan.
Tantikanthon, R. (2016). Guidelines to Developing the Recreational Attraction in Ratchaburi(Master of Arts, Hotel and Tourism Management). University of Phayao.
Tourism Authority of Thailand. (2016). Final Report of Thailand Tourism Development within 10 years. Economic Tourism and Sports Division, Ministry of Tourism and Sports.
Yamane, T. (1973). Statistics: An Introductory Analysis (3rd ed.) New York: Harper & Row.