Development of a Reading Activity package using Brain Based Learning for Spelling of Thai Words, Learning Area of Thai Language for Prathomsuksa 1

Main Article Content

Jarunee Pho-ong
Sawatchai Sripanomtanakorn
Chuanpob Iaosanuruk

Abstract

The purposes of this research were: to construct and examine the suitability of the development of reading activity package, to explore the efficiency of the reading activity package, to study student’s learning achievement of reading using the package to reading, and to study the students’ satisfaction on Thai word spelling of reading activity package. The samples were the students from Prathomsuksa1 at Areewattana school in the second semester of academic year 2018 using simple random sampling. They divided into four groups: Each group consisted of three students, nine students, thirty students, and thirty students accordingly. The research instruments were: suitability questionnaire observation for min formal interview questions achievement test with reliability of 0.95, and students’ satisfaction questionnaire with reliability of0.92. According to the reading activity package, it comprised four components as follows: Teachers’ manual, lesson plans which had the structure of reading activity package, Instructions Content and learning materials and Measurement and evaluation form which divided into 8 learning unit sand classified by section spelling. Each unit took 2 hours for learning. The results of this research were as follows: Overall the appropriate level of this reading activity package was at the highest level. The efficiency of reading activity package had the efficiency (E1/E2) at 82.21/82.44 which follow the standard criterion 80/80. The students’ learning achievement using brain based learning via reading activity package after learning achievement had higher than before learning at the statistical significant .01, and Overall the students’ satisfaction via reading activity package using brain based learning was at high level. The data were analyzed by using the reading achievement of students before and after By using the means And standard deviation. T-test for Dependent Samples and analyze student satisfaction levels by means (gif.latex?\bar{x}) and standard deviation (SD). Mean values are defined according to criterion.

Article Details

Section
Research Articles

References

1. กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
2. ประเทศไทย.โกวิท ประวาลพฤกษ์. (2549). การเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการทางานของสมองและสร้างพหุปัญญา (MI) ด้วยโครงงาน Brain-based Learning. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ.
3. จารีย์ ขุนชำนาญ. (2557). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain-Based Learning) พัฒนาการอ่านเพื่อความเข้าใจกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3.
วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตร้อยเอ็ด.
4. ฉวีวรรณ คูหาภินันท์. (2542). การอ่านและการส่งเสริมการอ่าน (Reading and Reading Promotion). กรุงเทพฯ: ศิลปาบรรณาคาร.ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย.ปีที่ 5(มกราคม-มิถุนายน): 9-12.มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี.
5. โชคชัย ขาวทุ่ง. (2556). การพัฒนาชุดกิจกรรมการอ่านภาษาไทยโดยใช้การบริหารสมองเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านสะกดคำสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลัยนเรศวร.
6. ญาณิศา สุ่มงาม. (2557). การพัฒนาชุดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
7. ณีรนุช เบ้าวันดี. (2552). การอ่านและการเขียนคำยากสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้แบบฝึกทักษะประกอบกิจกรรมตามแนวคิดโดยใช้สมองเป็นฐาน.วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
8. ทิศนา แขมณี. (2554). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ.พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: ด่านสุทธาการพิมพ์.
9. บุญเกื้อ ควรหาเวช. (2545). นวัตกรรมทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
10. ปิยาวรรณ์ สัตตาคม. (2555). การพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยเรื่องความสามารถด้านการอ่านคำตรงตามมาตราตัวสะกดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
11. ครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ลำไย ศรีนุกูล. (2554). ผลการเรียนรู้ภาษาไทยด้านการอ่านจับใจความด้วยการจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามแนวคิดโดยใช้สมองเป็นฐานชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
12. ศิริพันธ์ เวชเตง. (2561). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนโดยใช้สมองเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน และการเขียนสะกดคำภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิตการบริหารการศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
13. ศิริวัลย์ ไผ่เฟื้อย. (2552). การพัฒนาทักษะการอ่านโดยใช้ชุดกิจกรรมแบบฝึกทักษะการอ่านภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
14. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2558). รายงานผลการดำเนินงานการกำกับติดตามการดำเนินงานตามนโยบายนักเรียนชั้น ป.1 ต้องอ่านออกเขียนได้ปีงบประมาณ 2558. กรุงเทพฯ: สำนักงานติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
15. สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2558). การสำรวจการอ่านหนังสือของประชากร. สำนักพิมพ์สถิติพยากรณ์.
16. สำนักวิจัยและพัฒนาการศึกษา. (2559). สถิติการศึกษาของประเทศไทยปีการศึกษา 2557-2558. กรุงเทพฯ:สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
17. อาคม ทองเกษม. (2547). การพัฒนาชุดทักษะการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิตสาขาหลักสูตรและการสอนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม.