Construction of a Sustainable Development Model for Funeral Chant and Dance Ceremonies in the Eastern Region of Thailand

Main Article Content

Phisut Kanboon
Chamlong Saensanoh
Chaiyon Praditsil
Surasak Jamnongsarn

Abstract

The objectives of this research were to study the history concerning the value of the funeral chant and dance ceremonies in the Thai society, and the factors having affected sustainability of the funeral chant and dance ceremonies in the eastern region, using the guidance of the interdisciplinary research. The procedures blended of the qualitative type in terms of history and ethnicity. Furthermore, it also selected the case study from the samples in the qualitative differentiation of the funeral chant and dance ceremonies in the eastern region of Rayong, Chanthaburi and Trat provinces. The results found that the historical value cherished the importance by the mean of enhancing the character of the people in the society to had good morals, fear of sin and manifestation of good ethos. In the meantime, the results involved with the factors affecting viability of the funeral chant and dance ceremonies in the eastern region found that it needed five integral factors such as a study of its management, public relations, communal participation and support from the private and public sectors, as well as a development of the dancing format for the contemporary funeral chant and dance.

Article Details

Section
Research Articles

References

1. กรสรวง ดีนวลพะเนาว์. (2549). สวดคฤหัสถ์ : กรณีศึกษาคณะนายหอม ภุมรา ตำบลหนองโสน อำเภอเมืองจังหวัดเพชรบุรี. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
2. กลุ่มผู้อาวุโสชุมชนในจังหวัดจันทบุรี. (2564, มกราคม 15). สัมภาษณ์.
3. กิตติมา ชาญวิชัย. (2554). เพลงพื้นบ้านในจังหวัดพิษณุโลกในมิติของการสื่อสารทางวัฒนธรรม. วารสารบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร. 6(2): 29 – 39.
4. จรรยาศิริ เดชปภา. (2564, กุมภาพันธ์ 2). รองปลัด อบต.ท่าช้าง, สัมภาษณ์.
5. ชัย เรืองศิลป์. (2517). ประวัติศาสตร์ไทยสมัย 2352 – 2453 ตอนที่ 1 ด้านสังคม. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์บ้านเรืองศิลป์.
6. ชัยยนต์ ประดิษฐศิลป์. (2555). วิธีวิทยาการวิจัยทางสังคม. พิมพ์ครั้งที่ 1. จันทบุรี : โครงการการผลิตตำรา สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
7. นีรนุช นิรุตติศาสตร์. (2551). สวดพระมาลัย : กรณีศึกษาคณะนางรําหน้าศพ ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชามานุษยดุริยางควิทยา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
8. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง การบริหารจัดการเวลาเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. พ.ศ.2560. ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ. 11 กรกฎาคม 2560.
9. พรทิพา บุญรักษา. (2559). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการแสดงพื้นบ้านไทย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://poppy-porntipa.blogspot.com/2016/09/blog-post_ 28.html.
10. พิสุทธิ์ การบุญ และชวัลรัตน สมนึก. (2562). การศึกษาวัฒนธรรมทางดนตรีบทเพลงรำสวดโบราณ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี. วารสารสถาบันวัฒนธรรมและศิลปะ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 21(1): 137 -145.
11. ยงยุทธ นิลโกศล. (2564, มีนาคม 3). ครูวิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ, โรงเรียนเทศบาลเมืองขลุง 2 จังหวัดจันทบุรี.สัมภาษณ์.
12. วิชัย เวชโอสถ. (2564, กุมภาพันธ์ 20). หัวหน้าคณะรำสวด วิชัย ราชันย์. สัมภาษณ์.
13. สุปิยา ทาปทา. (2550). เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการดำรงอยู่และการล่มสลายทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษาหนังประโมทัย จังหวัดอำนาจเจริญ. บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
14. สุวิทย์ รัตนปัญญา. (2553). หมอลำกลอน: บริบท คุณค่า แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงและการดำรงอยู่ในประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชายุทธศาสตร์การพัฒนาภูมิภาค มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย.
15. สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี. (2561). รำสวด. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.mculture.go.th/chanthaburi/ewt_news.php?nid=936& filename=index.
16. อภิลักษณ์ เกษมผลกูล. (2547). เพลงบอกบุญ จังหวัดตราด : กลวิธีโน้มน้าวใจและบทบาทต่อสังคม. วิทยานิพนธ์ปริญญาอักษรศาสตรมหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
17. อนุวัฒน์ บิสสุริ และขำคม พรประสิทธิ์. (2559 - 2560). รำสวดคณะครูสาคร ประจง อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง. วารสารศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 3(2): 108 – 117.