The Effects of Inductive and Dedutive Learning Management on Mathematical Reasoning Ability and Learning Achievement in Sequences of Mathayomsuksa 5 Students
Main Article Content
Abstract
The purposes of this research were 1) to compare mathematical reasoning ability in sequences of mathayomsuksa 5 students after learning with inductive and deductive learning management activities with the criterion of 70 percent and 2) to compare mathematics learning achievement in sequences of mathayomsuksa 5 students after learning with inductive and deductive learning management with the set criterion of 70 percent. The sample were 25 mathayomsuksa V students of the first semester in academic year B.E 2560, they were selected by cluster random sampling method. The research instruments used in this research consisted of 1) six inductive and deductive lesson plans; 2) mathematical reasoning abilities test, with the reliability of 0.90; and 3) mathematics learning achievement in sequences test, with the reliability of 0.88. The data were analyzed by mean, percentage, standard deviation and t – test for one sample.
The results were as follows: 1) the mathematical reasoning ability in sequences of mathayomsuksa 5 students after learning with inductive and deductive learning management was higher than the set criterion of 70 percent at .05 level. 2) the mathematics learning achievement in sequences of mathayomsuksa 5 students after learning with inductive and deductive learning management was higher than the set criterion of 70 percent at .05 level
Article Details
References
2. ปรีชากร ภาชนะ. (2552). ลำดับโมเดล การพัฒนาทักษะการคิดในชั้นเรียนคณิตศาสตร์ที่สอนโดยใช้ SDM.วารสารวิชาการ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ปีที่ 12 ฉบับที่ 1 มกราคม – มีนาคม 2552: 32
3. ทิศนา แขมมณี. (2554). 14 วิธีสอน สำหรับครูมืออาชีพ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
4. ธีณรันต์ สังหรณ์. (2556). ผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบอุปนัย-นิรนัยที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ความสามารถในการให้เหตุผลและความสามารถในการสื่อสารทางคณิตศาสตร์ เรื่อง สถิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ปริญญานิพนธ์ กศ.ม. (การมัธยมศึกษา). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
5. พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2557). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
6. ไพศาล แมลงทับทอง. (2558). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบอุปนัยและนิรนัยที่มีต่อความสามารถในการให้เหตุผลและความสามารถในการสื่อสารด้านการเขียนทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ทฤษฏีจำนวนเบื้องต้นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการสอนคณิตศาสตร์, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา.
7. เวชฤทธิ์ อังกนะภัทรขจร. (2555). ครบเครื่องเรื่องควรรู้สำหรับครูคณิตศาสตร์: หลักสูตร การสอน และการวิจัย. ชลบุรี. ภาควิชาการจัดการเรียนรู้ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.
8. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. Online. เข้าถึงได้จาก https://piromnsw2.files.wordpress.com.. (2550).
9. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2555). ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพฯ: 3 –คิว มีเดีย.
10. สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2555). ครูคณิตศาสตร์ มืออาชีพ เส้นทางสู่ความสำเร็จ.กรุงเทพฯ: 3 –คิว มีเดีย.
11. สวนป่าเขาชะอางค์. (2558). รายงานสรุปผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประจำปี 2558. เอกสารวิชาการหมายเลข 2/2558. ชลบุรี : 48.
12. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2551). แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา.
13. สิริพร ทิพย์คง. (2545). หลักสูตรและการสอนคณิตศาสตร์. กรุงเทพฯ: พัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.).
14. สุวิทย์ มูลคำ. (2547). กลยุทธ์...การสอนคิดสังเคราะห์. กรุงเทพมหานคร. ภาพพิมพ์.
15. อัมพร ม้าคนอง. (2554). ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์: การพัฒนาเพื่อพัฒนาการ. (พิมพ์ครั้งที่ 2).กรุงเทพฯ : ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
16. อัมพร ม้าคะนอง. (2557). คณิตศาสตร์สำหรับครูมัธยม. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
17. Eggen, Paul c.,Donald, P. Kauckak; & Robert, J. Harder. (1979). Strategies for teachers informationProcessing Models in the Classroom. New Jersey: Englewood Cliffs Prentice-Hall.