การพัฒนาชุดแบบฝึกเพื่อส่งเสริมผลการเรียนรู้ และความสามารถในการแก้ปัญหา ทางคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดทฤษฎีของไวก็อตสกีและฟูเออสไตน์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการและแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดแบบฝึก และ 3) ศึกษาประสิทธิผลของชุดแบบฝึก ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ห้อง ทั้งหมด 32 คน จากการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว 15 ชั่วโมง ชุดแบบฝึก เรื่อง อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว จำนวน 4 เล่ม ประกอบด้วย เล่มที่ 1 เรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว เล่มที่ 2 เรื่องคำตอบ และกราฟแสดงคำตอบของอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว เล่มที่ 3 เรื่อง การแก้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว และเล่มที่ 4 เรื่อง การนำความรู้เกี่ยวกับอสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวไปใช้แก้ปัญหา และแบบทดสอบผลการเรียนรู้ทางการเรียนก่อนและหลังเรียน จำนวน 25 ข้อ ปรนัย 20 ข้อ และ อัตนัย 5 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ควรเน้นการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมและการเรียนรู้แบบมีผู้ชี้แนะ รวมทั้งการเรียนรู้ผ่านการสื่อกลางเพื่อพัฒนาโครงสร้างการคิดของผู้เรียน 2) ชุดแบบฝึกมีประสิทธิภาพเฉลี่ยเท่ากับ 83.39/85.00 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 และ 3) ผลการเรียนรู้ทางการเรียนและความสามารถในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7–20.
โรงเรียนเทพศิรินทร์ลาดหญ้า. (2567). รายงานผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. โรงเรียนเทพศิรินทร์ลาดหญ้า กาญจนบุรี.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2567). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET). สทศ.
Feuerstein, R., Rand, Y., & Rynders, J. (1988). Don't accept me as I am: Helping retarded people to excel. Plenum Press.
Hiebert, J., & Carpenter, T. P. (1992). Learning and teaching with understanding. In D. Grouws (Ed.), Handbook of research on mathematics teaching and learning (pp. 65–97). Macmilla
Kilpatrick, J., Swafford, J., & Findell, B. (2001). Adding It Up: Helping children learn mathematics. National Academy Press.
OECD. (2019). PISA 2018 Results (Volume I): What students know and can do. OECD Publishing.
Polya, G. (1957). How to solve it: A new aspect of mathematical method. Princeton University Press.
Schoenfeld, A. H. (1985). Mathematical problem solving. Academic Press.
Skemp, R. R. (1976). Relational understanding and instrumental understanding. Mathematics Teaching, 77, 20–26.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.