ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการใช้บริการด้านทันตสุขภาพในผู้สูงอายุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นงุ้น อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, การใช้บริการทันตกรรม,โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ เป็นการศึกษาเชิงพรรณนาแบบตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้สูงอายุจำนวน 206 คน เก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และไคสแควร์
ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชาย ร้อยละ 53.9 สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 92.2 มีสถานภาพสมรส ร้อยละ 61.7 มีสิทธิการรักษาหลักประกันสุขภาพ 30 บาท ร้อยละ 84.0 มีโรคประจำตัว ร้อยละ 90.3 จำนวนฟันที่เหลือในช่องปาก ส่วนใหญ่มีฟันเหลือในช่องปาก 11-20 ซี่ ร้อยละ 38.9 มีความเชื่อด้านทันตสุขภาพระดับสูงร้อยละ 58.3 มีทรัพยากรที่เอื้อต่อการใช้บริการระดับปานกลาง ร้อยละ 45.6 มีความจำเป็นในการรับบริการ ทันตกรรมระดับปานกลาง ร้อยละ 78.6 และมีพฤติกรรมการใช้บริการด้านทันตสุขภาพระดับต่ำ ร้อยละ 61.2 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ พบว่า อายุ ระดับการศึกษา สถานภาพสมรส สิทธิการรักษาพยาบาล โรคประจำตัว ความเชื่อด้านทันตสุขภาพ ทรัพยากรที่เอื้อต่อการใช้บริการ ความจำเป็นในการรับบริการทันตกรรม มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้บริการด้านทันตสุขภาพในผู้สูงอายุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านต้นงุ้น อำเภอเมืองปานจังหวัดลำปาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 ส่วนเพศ อาชีพ และจำนวนฟันที่เหลือในช่องปาก ไม่มีความสัมพันธ์
ผลการศึกษาในครั้งนี้เสนอว่า ควรกำหนดแนวทางและมาตรการในการส่งเสริมสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนในชุมชน กลุ่มผู้สูงอายุที่มีบทบาทในการเป็นแบบอย่างที่ดีในการดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองแก่ผู้อื่นและเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยสามารถเข้าถึงระบบบริการในด้านทันตสุขภาพที่มากขึ้นต่อไป
เอกสารอ้างอิง
ชณัฐดา สืบสิงห์คาร. (2560). สภาวะฟันผุและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการเข้ารับบริการทันตกรรมของหญิงตั้งครรภ์โรงพยาบาลสงัคม จังหวัดหนองคาย. วารสารทันตาภิบาล. 28(1):62.
ชุลีพร เผ่านิ่มมงคล. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความต้องการเข้ารับบริการทันตกรรมของผู้สูงอายุในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารพฤฒาวิทยาและเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ. 17(3):11.
ณัฐพนธ์ สมสวาท. (2559). ความต้องการการบริการทางทันตกรรมของผู้สูงอายุในเขตตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน. วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขาวิชาการบริหารงานสาธารณสุข) บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น.
ทันตแพทยสภา .(2541). ข้อบังคับทันตแพทยสภาว่าด้วยจรรยาบรรณว่าด้วยวิชาชีพทันตกรรมว่าด้วยสิทธิของผู้ป่วย พ.ศ.2541.สิทธิผู้ป่วยทางทันตกรรม.สืบค้นจาก: https://www.dentalcouncil.or.th/public/patient_rights.php.
นิตยา เจริญกุล และคณะ. (2557). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมด้านทันตสาธารณสุขของผู้ใช้บริการทันตกรรม กรณีศึกษาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเวียงสระ.
วารสารสหวิทยาการวิจัย ฉบับบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. 3(2):12-22.
บุญเกียรติ วัฒนเรืองรอง. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจใช้บริการทันตกรรมโรงพยาบาลของรัฐ ในจังหวัดสมุทรปราการ. วารสารศูนย์อนามัย 9:วารสาร ส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. 12(12):85-102.
วรยา มณีลังกา.(2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อด้านทันตสุขภาพกับการใช้บริการทางทันตกรรมของผู้สูงอายุในบ้านศิลา หมู่ที่ 1 ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารทันตาภิบาล. 31(1):118.
ศรัณยา ณัฐเศรษฐสกุล. (2561). ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกรับบริการทางทันตกรรมจากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. วารสาร Mahidol R2R e-Journal. 5(1):133-148.
ศิริพันธ์ หอมแก่นจันทร์. (2559). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ในเขตอำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง. การค้นคว้าอิสระตามหลักสูตรสาธารณสุขศาสตร์มหาบัณฑิต วิชาเอกการจัดการการสร้างเสริมสุขภาพ. คณะสาธารณสุขศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุภาพร แสงอ่วม. (2558). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเข้าถึงบริการทันตกรรมของผู้สูงอายุในเขตภาคเหนือตอนล่าง ประเทศไทย. คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เชียงใหม่ทันตแพทย์วารสาร. 36(1):53-61.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย,2561). รายงานผลการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 8 ประเทศไทย พ.ศ. 2560. [ออนไลน์]. (วันที่สืบค้น 30 มีนาคม 2564). สืบค้นจาก: http://dental2.anamai.moph.go.th/ewt_dl_link.php?nid=2423.
สำนักทันตสาธารณสุข กรมอนามัย. (2563). แนวทางการดำเนินงานทันตสาธารณสุข ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564. [ออนไลน์]. (วันที่สืบค้น 30 มีนาคม 2564). สืบค้นจาก: http://dental.skto.moph.go.th/documents/form/other20201109_023212.pdf.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
Disclaimer and Copyright Notice
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ
บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารกฎหมายและนโยบายสาธารณสุข ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารฯ หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องอ้างอิงเสมอ