การศึกษาคุณลักษณะของครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษที่เรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ระดับประถมศึกษา จังหวัดชลบุรี

Main Article Content

ชนกพร จำนวน
ณัฐกฤตา งามมีฤทธิ์
สมโภชน์ อเนกสุข

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณลักษณะของครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษที่เรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ระดับประถมศึกษา ตามความต้องการของครูผู้สอนและผู้ปกครอง 2) วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน คุณลักษณะของครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษที่เรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ระดับประถมศึกษา และ 3) สร้าง/พัฒนาแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะของครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเรียนที่เรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ระดับประถมศึกษาการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงผสมผสานระหว่างวิธีการวิจัยเชิงปริมาณและวิธีการวิจัยเชิงคุณภาพโดยกลุ่มตัวอย่างแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มตัวอย่างวิจัยเชิงปริมาณ ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ได้แก่ ครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเรียนร่วมกับนักเรียนปกติ   จำนวน 228 คน ผู้ปกครองนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ จำนวน 153 คน และ ผู้ปกครองนักเรียนปกติที่เรียนร่วมกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษจำนวน 188 คน รวมทั้งสิ้น 569 คน กลุ่มที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพ จำนวน 10 คน ได้แก่ ครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเรียนร่วมกับนักเรียนปกติ จำนวน 4 คน และ ผู้ปกครองนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ จำนวน 6 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบประมาณค่า 5 ระดับ เป็นแบบสอบถามคุณลักษณะของครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษที่เรียนร่วมกับนักเรียนปกติระดับประถมศึกษาแบบสอบถามประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบด้านคุณธรรมจริยธรรมองค์ประกอบด้านบุคลิกภาพและอารมณ์องค์ประกอบด้านการจัดการเรียนการสอน องค์ประกอบด้านความรู้ความสามารถ และ องค์ประกอบด้านความสำเร็จของการเรียนร่วม โดยมีค่าความเชื่อมั่นรวมทั้งฉบับ มีค่า 0.96 และมีค่าอำนาจจำแนก รวมทั้งฉบับ อยู่ระหว่าง 0.26-0.78 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น จากนั้นนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ โดยใช้สถิติพื้นฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปรสังเกตได้ และใช้โปรแกรม Lisrel 8.72 วิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับที่สองการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกรายบุคคล และวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า


1.  คุณลักษณะของครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษที่เรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ระดับประถมศึกษา ตามความต้องการของครูผู้สอนและผู้ปกครอง มี 5 องค์ประกอบ 54 ตัวแปรสังเกตได้ ประกอบด้วย 1)องค์ประกอบด้านคุณธรรมจริยธรรม ตัวแปรสังเกตได้ ที่มีค่ามากที่สุด คือ เป็นแบบอย่างที่ดีต่อศิษย์และสังคม 2)องค์ประกอบด้านบุคลิกภาพและอารมณ์  ตัวแปรสังเกตได้ที่มีค่ามากที่สุด คือ สามารถควบคุมอารมณ์ในสถานการณ์ที่กดดันเมื่อทำงานกับนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ อยู่ในระดับมากที่สุด 3) องค์ประกอบด้านจัดการเรียนการสอน ตัวแปรสังเกตได้ที่มีค่ามากที่สุด คือ มีความตั้งใจในการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน 4) องค์ประกอบด้านความรู้ความสามารถ ตัวแปรสังเกตได้ที่มีค่ามากที่สุด คือ มีความสามารถในการถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ 5) องค์ประกอบด้านความสำเร็จในการเรียนร่วม ตัวแปรสังเกตได้ที่มีค่ามากที่สุด คือสามารถทำให้นักเรียนปกติไม่ดูหมิ่นหรือเยาะเย้ย นักเรียนที่มีความต้องการพิเศษได้


2.  โมเดลองค์ประกอบเชิงยืนยันอันดับที่สองของคุณลักษณะของครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษที่เรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ระดับประถมศึกษา พบว่า โมเดลประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ 54 ตัวแปรสังเกตได้ ได้แก่  1) องค์ประกอบด้านคุณธรรมจริยธรรม 2) องค์ประกอบด้านบุคลิกภาพและอารมณ์ 3) องค์ประกอบด้านจัดการเรียนการสอน 4) องค์ประกอบด้านความรู้ความสามารถและ 5) องค์ประกอบด้านความสำเร็จในการเรียนร่วม โดยโมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ อยู่ในเกณฑ์ดี ผลการทดสอบ ค่าไค-สแควร์ ( x2) มีค่าเท่ากับ2207.74 ค่า p-value มีค่าเท่ากับ 0.00000 ที่องศาอิสระ (df) เท่ากับ  1259  ค่าไค-สแควร์สัมพัทธ์ (x/ df ) มีค่าเท่ากับ 1.75 ดัชนีวัดระดับความสอดคล้องเปรียบเทียบ (CFI) เท่ากับ 1.00 ค่าดัชนีรากที่สองของค่าเฉลี่ยความคลาดเคลื่อนของการประมาณค่า (RMSEA) มีค่าเท่ากับ 0.036


3.  แนวทางการพัฒนาคุณลักษณะของครูผู้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษเรียนที่เรียนร่วมกับนักเรียนปกติ ระดับประถมศึกษา มีดังนี้ 1) สถาบันผลิตครู ควรสร้างความตระหนักและปลูกฝังค่านิยมในการทำงานด้วยความรัก และมีความสุขกับการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนร่วม อีกทั้งควรมีหลักสูตรด้านการศึกษาพิเศษที่มีประสิทธิภาพ ให้กับนิสิต/นักศึกษาครูทุกสาขา และควรส่งเสริมให้มีการผลิตครูด้านการศึกษาพิเศษโดยเฉพาะมากขึ้น 2) ด้านโรงเรียนที่ครูผู้สอนทำการสอน ผู้บริหารควรให้การสนับสนุนการจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนร่วม และให้ความเข้าใจถึงเป้าหมายของความสำเร็จของการเรียนร่วม ให้กับครูทั้งโรงเรียน พร้อมทั้งสนับสนุน สร้างขวัญ กำลังใจให้กับครูที่สอนการเรียนร่วม โดยการพิจารณาภาระงานหรือขั้น หรือเงินสนับสนุน   3) ควรสร้างความตระหนักและส่งเสริมครูผู้สอนให้เกิดการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนแบบเรียนร่วม เช่น จัดอบรมให้ความรู้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายส่งไปศึกษาดูงานมีการนิเทศติดตาม ให้คำชมเชย ยกย่อง หรือรางวัลแก่ครูผู้เป็นแบบอย่างที่ดีในด้านการสอนแบบเรียนร่วม พร้อมทั้งพัฒนาระบบการทำเอกสารแผนการสอน เอกสารการของบประมาณให้สะดวกมากขึ้น

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

บท
บทความวิจัย
Author Biographies

ชนกพร จำนวน, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

นักศึกษาปริญญาโทคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

ณัฐกฤตา งามมีฤทธิ์, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

อาจารย์ที่ปรึกษาหลักคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

สมโภชน์ อเนกสุข, คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

อาจารย์ที่ปรึกษาร่วม คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

References

กนิษฐา โพนเพ็ก. (2553). การพัฒนาบุคลากรในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เด็กพิเศษเรียนร่วมเด็กปกติ โรงเรียนบ้านศรีสุข อําเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต, สาขาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.

กลุ่มงานการศึกษาพิเศษ สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต. (2557). คู่มือแนวทางการจัดการเรียนการสอนโดยใช้โครงสร้างซีทสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษเรียนร่วมในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://rajanukul.go.th/main/_admin/images/downloadlist/D0000152.pdf (วันที่ค้นข้อมูล : 20 ธันวาคม 2559)

ประสาน ธัญญะชาติและ พิสุทธิ์ การบุญ. (2553). คุณลักษณะครูดนตรีที่พึงประสงค์ในทัศนะของ บุคคลกรทางการศึกษาระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดจันทบุรี. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.

นงลักษณ์ วิรัชชัย. (2542). โมเดลลิสเรล: สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ภูฟ้า เสวกพันธ์. (2555). การจัดการศึกษาแบบเรียนร่วมทฤษฎีและแนวปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ยุทธ ไกยวรรณ์. (2556). การวิเคราะห์สถิติหลายตัวแปรสำหรับงานวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงเทพฯ: บริษัทวี.พริ้นท์ (1991)จำกัด.

วรรณี เจตจำนงนุชและคณะ. (2555). รายงานการวิจัยเรื่องมาตรฐานวิชาชีพครูการศึกษาพิเศษ.พิมพ์ครั้งที่ 1.กรุงทพฯ: สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา.

สมใจ พิมพ์ภา. (2553). การพัฒนาศักยภาพครูในการจัดากรเรียนร่วมของเด็กพิเศษในโรงเรียนบ้านท่าบ่อ (บ่อศรีรัตนอำนวย)สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครพนม เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการบริหารศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.

สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2552). คู่มือการปฏิบัติงานข้าราชการครู. โรงพิมพ์ชุมชนการเกษตรแห่ง ประเทศไทย. กรุงทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.

สุเทพ ธรรมะตระกูล. (2555). การศึกษาคุณลักษณะของครูยุคใหม่.ทุนวิจัย, คณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชบูรณ์.

เสาวภาคย์ ยังเหม็น. (2553). คุณลักษณะของพี่เลี้ยงเด็กพิการโครงการคืนครูให้นักเรียนกรณีจัดจ้างพี่เลี้ยงเด็กพิการในโณงเรียนเรียนร่วม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร์มหาบัณฑิต, สาขาวิชาการศึกษาพิเศษมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.

Robert C. MacCallum and Keith F. Widaman. (1999). Sample size in Factor Analysis. Psychological Methods.Vol.4, No.84-99.