การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 3
คำสำคัญ:
การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้, การศึกษาประถมศึกษา พิษณุโลก เขต 3บทคัดย่อ
การเป็นการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 มีจุดที่ควรพัฒนาเกี่ยวกับการเปิดใจยอมรับสิ่งใหม่ ๆ และการจัดการความรู้ที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 จำนวน 160 คน เก็บรวบรวมข้อมูล โดยใช้แบบสอบถามค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.97 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบ ได้แก่ การทดสอบค่าที การทดสอบค่าเอฟ
ผลการวิจัยพบว่า การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก เรียงลำดับดังนี้ การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม การคิดอย่างเป็นระบบ การเป็นบุคคลที่รอบรู้ การมีแบบแผนความคิด และการสร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน ผลการเปรียบเทียบความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 จำแนกตามอายุ วุฒิการศึกษา และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยรวมไม่แตกต่างกันเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ผู้ที่มีอายุต่างกันมีการรับรู้แตกต่างกันในด้านการเป็นบุคคลที่รอบรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จากผลวิจัย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3 ควรวางแผนและหาวิธีการที่หลากหลายในการพัฒนาบุคลากรและสถานศึกษาเพื่อความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา สุขทวี. (2553). การพัฒนาศักยภาพบุคลากรในองค์กรการศึกษา. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
อรทัย นาคพันธุ์. (2555). ปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนรู้ของบุคลากรทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย.
อัฐพร ธรรมาภิรมย์. (2558). การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน: การศึกษาเชิงสำรวจ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย.
ชยาภัสร์ ศักดิ์ศรีบำรุง. (2558). การวิเคราะห์องค์ประกอบขององค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. ขอนแก่น: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
สมนึก จันทะไทย. (2556). การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ในโรงเรียนมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
สิริกาญจน์ จิระสาคร. (2553). การบริหารองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในภาคราชการ. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
สุลาวัลย์ นุ่นสังข์. (2558). การประเมินความเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของโรงเรียน. ชลบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
สุมน อมรวิวัฒน์. (2559). วัฒนธรรมการเรียนรู้ในองค์กรการศึกษาไทย: แนวทางและปัจจัยสำคัญ. วารสารบริหารการศึกษา, 18(2), 45–62.
ณัฐธพงษ์ชัย วัชรพงศ์ธร. (2556). การสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้ในโรงเรียน. นนทบุรี: สำนักพิมพ์วิชาการ.
ปัญญา วิริยะศึกษา. (2557). การจัดการความรู้เพื่อพัฒนาองค์กรการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย.
พรรษา ไพรเลิศ. (2557). องค์ประกอบขององค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษาไทย. นครราชสีมา: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต. (2552). ปัจจัยที่มีผลต่อการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษา. ภูเก็ต: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
พิมพันธ์ เดชะคุปต์. (2562). การเปิดรับการเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์กับการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา. วารสารการบริหารการศึกษา, 20(1), 77–95.
มัญชุภา แจ่มหม้อ. (2557). การพัฒนาการเรียนรู้ของบุคลากรในโรงเรียน. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์วิชาการ.
วิจิตร ศรีสะอ้าน. (2560). การพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ในสถานศึกษาของไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย.
โอภาส วุฒิเศลา. (2550). แนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้และการประยุกต์ใช้. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2551). การพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพื่อสังคมแห่งการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552). คู่มือการบริหารองค์กรแห่งการเรียนรู้สำหรับหน่วยงานทางการศึกษา (หน้า 40–58). กรุงเทพฯ: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3. (2561). รายงานการพัฒนาองค์กรสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้. พิษณุโลก: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3.
Argyris, C., & Schön, D. (1996). Organizational learning II: Theory, method, and practice. Reading, MA: Addison-Wesley.
Garvin, D. A., Edmondson, A. C., & Gino, F. (2008). Is yours a learning organization? Harvard Business Review, 86(3), 109–116.
Nonaka, I., & Takeuchi, H. (1995). The knowledge-creating company: How Japanese companies create the dynamics of innovation. New York, NY: Oxford University Press.
Senge, P. M. (1990). The fifth discipline: The art & practice of the learning organization. New York, NY: Doubleday.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 Journal of Pacific Institute of Management science

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
