การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน

ผู้แต่ง

  • ธนวิชญ์ แก่นท้าว นักศึกษาหลักสูตรศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยปทุมธานี

คำสำคัญ:

การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์, ประสิทธิผล, โรงเรียนขนาดเล็ก

บทคัดย่อ

               การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ  1) ศึกษาสภาพการบริหารจัดการแบบมุ่งผลสมฤทธิ์ของโรงเรียนขนาดเล็ก  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  2) สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารงานงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนขนาดเล็ก  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน3) ประเมินการใช้รูปแบบการบริหารงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนขนาดเล็ก  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่พัฒนาขึ้น  การวิจัยมี  3  ขั้นตอน  ประกอบด้วย  ขั้นตอนที่  1  ศึกษาแนวคิด  ทฤษฏี  หลักการ  และศึกษาสภาพการบริหารงานแบบมุ่งผลสมฤทธิ์ที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็ก  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน   ขั้นตอนที่  2  สร้างรูปแบบการบริหารแบบมุ่งผลสมฤทธิ์ที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็กโดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ  จำนวน  12  คน   และจากการสนทนากลุ่ม  จำนวน  13  คน   ขั้นตอนที่  3  การประเมินรูปแบบการบริหารงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็ก  โดยการสอบถามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ  จำนวน  12  คน  เกี่ยวกับความเหมาะสม  ความสอดคล้อง  ความเป็นไปได้  และความเป็นประโยชน์  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม  แบบสัมภาษณ์  และสถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่ ความถี่  ค่าเฉลี่ย  ค่าร้อยละ  และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                  ผลการวิจัยปรากฏดังนี้

  1. ผลการศึกษาสภาพการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็ก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารโรงเรียน   มีการศึกษาในระดับปริญญาโท   และมีประสบการณ์การทำงาน อยู่ระหว่าง 6 – 10 ปี   สภาพการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็ก  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  โดยรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก  ทั้งนี้อาจเนื่องมาจาก โรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ต้องมีระบบบริหารงานให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ(ฉบับที่3) พ.ศ.  2553  ที่ให้กระทรวงกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปยังเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนทั้งหมดจำแนกเป็น  4  ด้านคือ การบริหารงานวิชาการ  การบริหารงบประมาณ  การบริหารงานบุคคล  และการบริหารงานทั่วไป
  2. ผลการสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็ก  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ   รูปแบบประกอบด้วย  3  ส่วน คือ องค์ประกอบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์  7 ประการ ได้แก่ 1) การกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การ  2) การกำหนดตัวชี้วัดการบรรลุเป้าหมายและผลการปฏิบัติงาน  3) การจัดทำข้อตกลงเพื่อให้รับรู้ถึงเป้าหมาย   4) การจัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ  5)การปรับปรุงงานอย่างต่อเนื่อง   6) การวัดและการประเมินงาน  และ7)  การให้รางวัลและการยกย่อง   และในการดำเนินงานแต่ละองค์ประกอบต้องผ่านกระบวนการบริหารคุณภาพ  (PDCA) ดังนี้  1) ขั้นการวางแผน  2) ขั้นการดำเนินงาน  3) ขั้นการตรวจสอบ 4 )  จึงเกิดเป็นประสิทธิผลการบริหารของโรงเรียนขนาดเล็ก   4  ด้าน  ได้แก่ 1) ประสิทธิด้านการบริหารงานวิชาการ 2) ประสิทธิผลด้านการบริหารงบประมาณ  3) ประสิทธิผลด้านการบริหารงานบุคคล และ 4) ประสิทธิผลด้านการบริหารงานทั่วไป  ในองค์องค์ประกอบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์  มีปัจจัยสนับสนุนช่วยให้องค์ประกอบประสบผลสำเร็จ  7  ประการ  ดังนี้  1)  ผู้บริหารทุกระดับต้องมีภาวะผู้นำ  2) มีการจัดทำระบบข้อมูลผลการปฏิบัติงาน 3) ให้ความสำคัญและมีการพัฒนาบุคลากร 4) มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 5) มีโครงสร้างที่เหมาะสม  6 ) มีวัฒนาธรรมแห่งการเรียนรู้ภายในองค์กร  7 ) มีการเพิ่มอำนาจแก่สมาชิก   และในองค์ประกอบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์  ต้องยึดหลักการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์  7  ประการ  ดังนี้  1) ทุกคนมีส่วนร่วม 2)  มีความรับผิดชอบ 3) โปร่งใส  4)เรียบง่าย 5) เรียนรู้จาการปฏิบัติ  6) น้ำไปใช้อย่างกว้างขวาง 7 ) ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ประหยัด
  3. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนขนาดเล็ก  ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน  โดยรวมและรายด้านทั้งหมด พบว่า ขั้นตอนการดำเนินงาน มีความเหมาะสม  ความสอดคล้อง  ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด     

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 25545. และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).

วันชัย ดนัยตโมนุท และไกร เกษทัน. (2543). การกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การศาสนา. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2555). ภาคอีสาน (ประเทศไทย). เข้าถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/

นชิาภา. (2552). การบรหิารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์ให้สัมฤทธิ์ผล. เข้าถึงได้จาก https://www.tpa.or.th/writer/author_des. php?authorID=1769)

ประกอบ คุปรัตน์. (2555). การบริหารโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศไทย. เข้าถึงจาก pracob.blogspot.com/2012/07/ blog-post.html )

มณีรัตน์ บุญเต็ม (2554) การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์. เข้าถึงได้จาก https://www.gotoknow.org มหาวิทยาลัยนเรศวร. (2545). ข้อมูลทั่วไปของภาคอีสาน. เข้าถึงได้จาก https://student.nu.ac.th/isannu/province/isan.htm

วีระยุทธ ชาตะกาญจน์. (2547). การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์. เข้าถึงได้จาก Available: URL:https://mail.rint.ac. th/~edu/w_vichakran/personal.doc.

สุภาภรณ์ คงคานนท์. (มปป.) การบริหารแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์กับการบริหารจัดการศึกษาในสถานศึกษา. เข้าถึงได้จาก https:// gotoknow.org/blog/suphaphonkhong..

สุรัฐ ศิลปอนันต์. [ออนไลน์]. (2545). กระบวนการปฏิรูปโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพ. เข้าถึงได้จาก www.lib.neu.ac.th/.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, (2555). โรงเรียนขนาดเล็ก : ความท้าทาย, เข้าถึงได้จาก www.obec.go.th

สำนักนโยบายและแผนการศึกษาข้ันพื้นฐาน. [ออนไลน์]. (2551). แนวทางการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนขนาดเล็ก. เข้าถึงได้จาก www.obec.go.th

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-07-10

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย