การพัฒนายุทธศาสตร์องค์กรแห่งการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยราชภัฏ กลุ่มรัตนโกสินทร์

ผู้แต่ง

  • จันทนา อุดม นักศึกษาหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต (การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์) คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • วุฒิพล สกลเกียรติ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์) คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • วันชัย ปานจันทร์ (ผู้ช่วยศาสตราจารย์) คณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง
  • ทิวัตถ์ มณีโชติ (รองศาสตราจารย์) คณะวิทยาลัยการฝึกหัดครู มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร

คำสำคัญ:

องค์ประกอบและปัจจัยการเรียนรู้, สถาบัน, อุดมศึกษา, ยุทธศาสตร์องค์กรแห่งการเรียนรู้, มหาวิทยาลัยราชภัฏกลุ่มรัตนโกสินทร์, ประเด็นช่องว่างการเรียนรู้

บทคัดย่อ

            การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ยุทธศาสตร์องค์กรแห่งการเรียนรู้ของสถาบันอุดมศึกษา ของสังคมไทย กระบวนวิธีการศึกษาให้ความสำคัญกับการ วิเคราะห์องค์ประกอบและปัจจัยการยกระดับการเรียนรู้ ขององค์กร เป้าหมายการศึกษาเพื่อให้ผู้บริหารใช้เป็นกลไก ทางความคิดในการยกระดับการเป็นองค์กรแห่งการ เรียนรู้ ในการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาในศตวรรษที่ 21 กลุ่ม เป้าหมายการศึกษาได้กำหนดเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฎ กลุ่มรัตนโกสินทร์ กระบวนวิธีการศึกษาให้ความสำคัญกับ การศึกษาประเด็นช่องว่างการเรียนรู้กับการยกระดับการ เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ภายใต้สภาพการณ์การบริหาร จัดการในปัจจุบันกับทิศทางการพัฒนาองค์กรในอนาคต ขององค์กร ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การพัฒนา ยุทธศาสตร์องค์กรแห่งการเรียนรู้ ผู้บริหารควรให้ความ สำคัญกับองค์ประกอบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับพลวัตการ เปลี่ยนแปลงและการพัฒนาสังคมในอนาคต อาทิ การ พัฒนาค่านิยม อัตลักษณ์การเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับปัจจัยการเรียนรู้ที่สามารถลดช่องว่างและพัฒนา เป็นวัตกรรมการเรียนรู้องค์กร ด้วยการเป็นหุ้นส่วน และเชื่อมโยงกับ หน่วยงานอื่นๆ ของสังคม

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานคณะกรรมการอดุมศึกษา. (2559). แผนพัฒนาการศึกษาระดับอดุมศึกษา ฉบับที่ 11 (2555 - 2559). จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย : กรุงเทพฯ.

Cameron, K. S., & Quinn, R. E. (1999). Diagnosing and changing organizational culture: Based on the competing values framework. Reading, Mass: Addison-Wesley.

Capra, F. (1975). The Tao of physics: An exploration of the parallels between modern physics and Eastern mysticism. Berkeley: Shambhala.

Chinowsky, P., & Carrillo, P. (2007). Knowledge Management to Learning Organization Connection. Journal of Management in Engineering, 23, 3, 122-130.

Forrester, J. W. (1968). Principles of systems: Text and workbook. Cambridge: Wright-Allen.

Hock, D. (1999). Birth of the chaordic age. San Francisco, Calif: Berrett-Koehler.

Lassey, P. (1998). Developing a learning organization. London: Kogan Page. OECD. (2009). Green at ifteen: How 15-year-olds perform in environmental science and geosciences in PISA 2006. OECD, Paris.

Marquardt, M. J. (1996). Building the Learning Organization. New York: McGraw-Hill.

Schwartz, P. (2003). Inevitable surprises: Thinking ahead in a time of turbulence. New York: Gotham Books.

Senge, P. M. (1994) “ The Fifth Discipline Fieldbook: Strategies and Tools for Building a Learning Organization, ” London: Century Business

UNESCO. (2005). UNESCO World Report: Towards knowledge societies. United Nations Educational, Scientiic and Cultural Organization. Imprimerie Corlet, Condé-sur-Noireau,France.220pp. Available at: https://unesdoc.unesco.org/images/0014/001418/141843e.pdf.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-07-11

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย