การสนทนากลุ่มออนไลน์ : ทางเลือกใหม่สำหรับการวิจัยในยุคไทยแลนด์ 4.0

ผู้แต่ง

  • วรนน คุณดิลกกมล อาจารย์ประจำาหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
  • นิตยา วงศ์ยศ อาจารย์ประจำสาขาวิชาบริหารธุรกิจ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
  • เพชรรัตน์ เอื้ออภิสิทธิ์วงศ์ อาจารย์ประจำหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
  • สะถิระ เผือกประพันธุ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

คำสำคัญ:

กลุ่มเป้าหมาย, ออนไลน์, การวิจัย, ประเทศไทย 4.0

บทคัดย่อ

           ด้วยการเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบันนั้นได้เปิดโอกาสใหม่ๆ สำหรับการเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลการวิจัยโดยการวิจัย ซึ่งใช้ระบบออนไลน์เป็นเครื่องมือนั้นกำลังกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นและได้มีการนำไปใช้ในการวิจัยอย่างกว้างขวาง ทั้งในทางการตลาด สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ทางการแพทย์สาธารณสุข รวมทั้งทางการศึกษาด้วย ซึ่งจากการทบทวนวรรณกรรมในมิติต่างๆ พบว่า แม้การวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้การสนทนากลุ่มออนไลน์ จะไม่สามารถแทนที่การวิจัยแบบดั้งเดิมได้อย่างสิ้นเชิง แต่กระนั้นการสนทนากลุ่มออนไลน์ก็ได้เปิดโอกาสใหม่สำหรับการวิจัยที่ต่างจากการสนทนากลุ่มแบบดั้งเดิม ทั้งในเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่าย เวลาในการวิจัย และมีศักยภาพในการเข้าถึงผู้เข้าร่วมที่มีเวลาว่างน้อย หรือผู้ห่างไกลกัน ทำให้การสนทนากลุ่มออนไลน์ เป็นที่น่าสนใจสำหรับงานวิจัยที่มีงบประมาณการวิจัยจำกัดหรือจำเป็นต้องได้รับข้อมูลการวิจัยที่อย่างรวดเร็ว ซึ่งเหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ไม่จำเป็นต้องมีปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัวระหว่างผู้เข้าร่วมสนทนากลุ่ม แต่ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่าว่าการกลุ่มสนทนากลุ่มออนไลน์เป็นเพียงเครื่องมือในการวิจัยอีกเครื่องมือหนึ่ง ดังนั้นควรใช้ เฉพาะเมื่อเหมาะสมและไม่ใช่ใช้ทดแทนวิธีการอื่นๆ ได้ทั้งหมด

เอกสารอ้างอิง

ชาย โพธิสิตา. (2547). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพมหานคร : อัมรินทร์พริ้น ติ้งแอนด์พับลิชชิง.

ปราณี โพธิสุข. (2551). แนวทางการใช้การสนทนากลุ่มอย่างเต็มศักยภาพสำหรับการวิจัยในสถานศึกษาและชุมชน. วารสารสักทอง. 14(2), 10 - 25.

วรรณี แกมเกตุ. (2551). วิธีวิทยาการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ . (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

อรุณี อ่อนสวัสดีุ . (2551). ระเบียบวิธีวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 3).ภาควิชาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

Brüggen, Elisabeth & Willems, Pieter. (2009). A critical comparison of offline focus groups, online focus groups and e-Delphi. International Journal of Market Research. 51(3), (363-381)

Murgado-Armenteros, Eva M., Torres-Ruiz, Francisco J., & Vega-Zamora, Manuela. (2012). Differences between Online and Face to Face Focus Groups, Viewed through Two Approaches.Journal of Theoretical and Applied Electronic Commerce Research, 7(2),73-86.

Freeman, T. (2006). Best practice’ in focus group research: making sense of different views. Journal of Advanced Nursing, 56(5): 491–497.

Gibbs, Anita. (1997). Focus Groups. Social Research Update. Retrieved from http://sru.soc. surrey.ac.uk/ SRU19.html

Morgan, D. L. (1997). Focus groups as qualitative research. (2nd ed.). Thousand Oaks, CA: Sage

Morgan, D.L. (1988). Focus Groups as Qualitative Research. London: Sage. Powell R.A., Single H.M., Lloyd K.R. Focus Groups in Mental Health Research: Enhancing the Validity of User and Provider Questionnaires. International Journal of Social Psychology 42, 3(1996): 193-206

Pereira, Ângela G. (2014). Electronic Focus Group (eFocus Groups). Retrieved from http://www.ivm. vu.nl/en/Images/PT1_tcm234-161506.pdf

Rezabek, Roger. (2000). Online Focus Groups: Electronic Discussions for Research. Forum: Qualitative Social Research, 1(1), Art. 18, Retrieved from http://www.qualitative-research.net/index.php/ fqs/article/view/1128/2509

Race K.E., Hotch D.F., Parker T. (1994). Rehabilitation Program Evaluation: Use of Focus Groups to Empower Clients. Evaluation Review. 18(6), (730-740).

Wascher, D. (2013). Focus group. LIAISE Toolbox. Retrieved from http://beta.liaise-toolbox.eu/ia- methods/focus-group

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-07-18

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย