การจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยเอกชน
คำสำคัญ:
การจัดการความรู้บทคัดย่อ
การศึกษา เรื่อง การจัดการความรู้ของ มหาวิทยาลัยเอกชนมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยแห่ง ความสำเร็จที่ก่อให้เกิดความสำเร็จของการจัดการความรู้ ของมหาวิทยาลัยเอกชน 2) เพื่อศึกษาความสำเร็จของการ จัดการความรู้ กระบวนการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัย เอกชน 3) เพื่อเสนอรูปแบบการจัดการความรู้ ที่ประสบ ความสำเร็จของมหาวิทยาลัยเอกชน การวิจัยครั้งนี้เป็นการ ศึกษาทั้งเชิงปริมาณและข้อมูลเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารระดับกลางของมหาวิทยาลัยเอกชน จำนวน 253 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์ การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ หาค่า เฉลี่ย ร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สถิติ อ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) การศึกษาพบว่า
1. ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการจัดการความรู้ ของมหาวิทยาลัยเอกชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
2. กระบวนการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัย เอกชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
3. ผลการทดสอบสมมุติฐาน พบว่า ภาวะผู้นำ บุคลากรในองค์กร และการวัดและการประเมิน มีผลต่อ กระกระบวนการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยเอกชน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วน วัฒนธรรม องค์การ เทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และ กลยุทธ์ ไม่มี ผลต่อกระบวนการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยเอกชน
เอกสารอ้างอิง
นวลลออ แสงสุข. (2550). การศึกษาการจัดการความรู้ของมหาวิทยาลัยรำมคำแหง. ดุษฎีนิพันธุ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พวงรัตน์ ทวีรัตน์ . (2540). วิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ : สำนักทดสอบ ทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
พูลสุข สังข์รุ่ง และคนอื่นๆ. (2551). การจัดการความรู้ของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต คณะวิทยาการจัดการ.
สุรัตน์ ดวงชาทม. (2549). การพัฒนาสคูว่ามเป็นองค์การแห่งการเรียนรู้ : กรณีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามหาสารคkม เขต 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2549). “ บทที่ 2 ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพคน และสังคมไทย ” (ระบบออนไลน์ ). สืบค้นได้จาก http://www.nesdb.go.th/Default.aspx?tabid=91
สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา. (2555, 3 มีนาคม). (ระบบออนไลน์ ). สืบค้นได้จาก http://www.mua.go.th.
เสนาะ กลิ่นงาม. (2551). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ. ดุษฎีนิพนธ์ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Agrawal, N. M. (2001). “Creating an organizational culture for knowledge management.” IIMB Management Review, 13 (2), 74 - 82.
Coukos-Semmel, E. D. (2002). Knowledge management: Process and strategies used in United States Research University. Retrievend August 22, 2006, from http://info.arc .dusit.ac.th/dao/detail.nsp
Hollandworth, G. B. (2004). “An exploratory study of project teams’ learning environment: Examination of norms, behaviors, and tools of the project manager.” Dissertation Abstract International, 65 (7), 2670-A. (UMI No. 3141229)
Ribiere, V.M. (2001). Assessing knowledge management initiative successes as a function of organizational culture. Unpublished doctoral dissertation, The George Washington University, Washington, D.C., U.S.A.
Roman-Velazquez, J. A. (2004, August). An empirical study of knowledge management in the government and nonprofit sectors: Organizational culture composition and its relationship with knowledge management success and the approach for knowledge flow. Dissertation Abstract International, 65 (2), 966-B. (UMI No. 3122159).
Van Zolingen, S. J., Streumer, J. N., & Stooker, M. (2006). Changing organizations: Knowledge management and human resource management. Retrieved June 5, 2009, from http://www.springerlink.com/ content/g91558504t5q8612/fulltext.pdf
Yahya, S., & Goh, W. (2002). “Managing human resources toward achieving knowledge management.” Journal of Knowledge Management, 6 (5), 457 - 468.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
