กลยุทธ์การจัดการการตลาดสู่ความสำเร็จของธุรกิจเหล็กเส้นก่อสร้าง ของบริษัท อมร กรุ๊ป จำกัด
คำสำคัญ:
กลยุทธ์, การตลาดบทคัดย่อ
ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์ในการศึกษาครั้งนี้ 1) เพื่อศึกษากลยุทธ์การจัดการการตลาดสู่ความสำเร็จของธุรกิจ เหล็กเส้นก่อสร้าง ของบริษัท อมร กรุ๊ป จำกัด 2)เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านการตลาดธุรกิจเหล็กเส้นก่อสร้าง ของบริษัท อมร กรุ๊ป จำกัด 3) เพื่อศึกษาแนวทางการนำกลยุทธ์ด้านการตลาดไปพัฒนาธุรกิจ เหล็กเส้นก่อสร้าง ของบริษัท อมร กรุ๊ป จำกัด โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างเฉพาะเจาะจง ประกอบด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง คือ ผู้บริหารของเหล็กเส้น ของบริษัท อมร กรุ๊ป จำกัด พนักงานฝ่ายการการผลิตและจัดซื้อ ลูกค้า ทั้งหมด 19 คน ผลการศึกษา 1.ความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านการตลาดธุรกิจเหล็กเส้น ก่อสร้าง ของบริษัท อมร กรุ๊ป จำกัด พบว่า เป็นบริษัทฯที่มีวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำด้านคุณภาพและการบริการในธุรกิจผลิตและ เหล็กเส้นเคลือบพลาสติก โดยมีจุดมุ่งหมายพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่องให้เป็นที่พึงพอใจต่อลูกค้า ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เป็นไปตามมาตรฐาน และกฎหมาย ให้การบริการทั้งก่อนและหลังการขาย ให้เป็นที่ประทับใจของลูกค้า ทั้งในด้านการขาย จัดส่งและการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิค ควบคุมและตรวจติดตามด้านสิ่งแวดล้อมให้ได้มาตรฐานตามกฎหมายกำหนด 2.ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของกลยุทธ์ด้านการตลาดธุรกิจเหล็กเส้น พบว่า โดยมี 4 กลยุทธ์ดังนี้ 1)กลยุทธ์การตลาดด้านราคา (Price) บริษัทมีการกำหนดนโยบายการตั้งราคาของ เหล็กเส้นบริษัท อมร กรุ๊ป จำกัด จำกัด 2)กลยุทธ์การตลาดด้านที่ตั้ง/ช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) ได้ทำการผลิตและจำหน่ายเหล็กเส้นเคลือบดีบุก (Tinplate) ที่มีคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเหล็กเส้น ที่มีคุณภาพมาตรฐาน JIS G 3315 3) กลยุทธ์การตลาดด้านการส่งเสริมการตลาด (Promotion) มีการวางแผนการตลาดเพื่อให้การบริหารงานขายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญตั้งแต่การสั่งซื้อวัตถุดิบ การพัฒนาคุณภาพในการผลิตอย่างต่อเนื่อง การรักษาส่วนแบ่งตลาด การตอบสนองความต้องการของลูกค้า 4) กลยุทธ์การตลาดด้านตัวผลิตภัณฑ์ (Product) จะเห็นได้ว่าเหล็กเส้น ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตของอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ เป็นจำนวนมาก เช่น การก่อสร้าง การผลิตท่อเหล็ก การผลิตเฟอร์นิเจอร์เหล็ก การผลิตเหล็กแผ่น และศูนย์บริการเหล็ก (Service Center) ก็มีหน่วยงานรับรองโดยมีระบบคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001:2015/ISO 14001:2015 และ GMP & HACCP CODEX ปัญหาที่พบผลลัพธ์ทางการตลาด (ยอดขายในรอบปี) ของบริษัทฯ และบรรลุเป้าหมายการตลาดของบริษัทฯ พบว่า ในปี 2561 ที่ผ่านมา ปริมาณความต้องการโดยรวมของเหล็กเส้นก่อสร้างของตลาดภายในประเทศลดลงเล็กน้อยเปรียบเทียบจากปีก่อน 3) แนวทางการนำกลยุทธ์ด้านการตลาดไปพัฒนาธุรกิจเหล็กเส้น บริษัท อมร กรุ๊ป จำกัด ข้อเสนอแนะในการศึกษาในครั้งนี้ ส่งเสริมและกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด บริษัทมุ่งเน้นการขยายตลาดภายในและนอกประเทศให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าทุกตลาด เพื่อทดแทนการนำเข้าและครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดและรักษาฐานลูกค้าโดยใช้กลยุทธ์ด้านราคาและบริการ รวมถึงการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายใหม่ซึ่งใช้เหล็กแผ่นคุณภาพสูง
เอกสารอ้างอิง
กิตติ บุนนาค. (2549). กลยุทธ์การบริหารการเงินและการตลาดสำหรับนักบริหารไทย.เอส แอนด์ จี กราฟฟิค.กรุงเทพฯ.
โกมล วงศ์อนันต์.(2558). ทฤษฎีองค์การและการจัดการเชิงกลยุทธ์ชั้นสูง.สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562. ที่มา:http://promrucsa-dba04.blogspot.com/2012/10/swot-analysis-swot-swot-humphrey-swot-2.html
วรัท พฤกษากุลนันท์. (2551). ประสิทธิภาพและประสิทธิผล. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. (2549). แนวคิดทางรัฐประศาสนศาสตร์การประยุกต์และการพัฒนา. กรุงเทพฯ : พอเพชพับลิชชิ่งเฮ้าส์.
วรเดช จันทรศร. (2539). “การนำนโยบายไปปฏิบัติ : ตัวแบบและคุณค่า”. เอกสารประกอบการสอนสอนวิชา รศ. 740. ฉบับที่ 1. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วัฒนา วงศ์เกียรติรัตน์ และสุริยา วีรวงศ์. (2543). คู่มือการประเมินผลโครงการ. กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมใจ ลักษณะ. (2549). การพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์เพิ่มทรัพย์การพิมพ์.
สมคิด บางโม. (2540). องค์การและการจัดการ. กรุงเทพฯ : พิมพ์ดีจำกัด.
Krungsri Research. 2561. แนวโน้มธุรกิจ/อุตสาหกรรม ปี 2561-63(อุตสาหกรรมเหล็ก). สืบค้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2561 .กระทรวงอุตสาหกรรม.2561. นโยบายพัฒนาอุตสาหกรรม รวอ. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2562. ที่มา: http://www.industry.go.th/industry/index.php/th/about/plan/2016-05-16-08-01-51.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
