ปัญหาการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของประธานรัฐสภา ตามกฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง
คำสำคัญ:
คำสั่งทางปกครอง, อุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครอง, ระบบอุทธรณ์บังคับบทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์นี้มุ่งหมายเพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของประธานรัฐสภาในฐานะเป็นผู้รักษาการตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2555 ซึ่งเป็นการออกคำสั่งทางปกครองโดยผู้มีอำนาจสูงสุดตามกฎหมายที่รักษาการ แต่พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 44 บัญญัติยกเว้นเฉพาะคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยคณะกรรมการต่าง ๆ และคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยรัฐมนตรีเท่านั้นที่ไม่อยู่ในบังคับให้ต้องอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครอง โดยปัญหาที่เกิดขึ้นจากคำสั่งทางปกครองของประธานรัฐสภาซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานรัฐสภา จึงไม่มีผู้บังคับบัญชาที่สูงขึ้นไปอีกที่จะเป็นผู้พิจารณาอุทธรณ์ได้ ทำให้ผู้รับคำสั่งทางปกครองมีปัญหาในทางปฏิบัติว่าจะต้องอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองของประธานรัฐสภาก่อนยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองหรือไม่ โดยศึกษาเปรียบเทียบแนวคิดและหลักการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวทั้งในระบบกฎหมายต่างประเทศและระบบกฎหมายไทย
จากการศึกษาและวิเคราะห์พบว่า มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ที่นำระบบการอุทธรณ์บังคับมาบัญญัติไว้นั้น มีแนวคิดและหลักการสำคัญเกี่ยวกับการอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองมาจากระบบกฎหมายเยอรมันที่มุ่งคุ้มครองมิให้คำสั่งทางปกครองเกิดผลกระทบต่อสิทธิและสถานภาพของบุคคลโดยมิชอบด้วยกฎหมายแก่ประชาชนผู้ถูกกระทบสิทธิจากคำสั่งทางปกครอง ทังนี้ ในระบบกฎหมายเยอรมันกำหนดการอุทธรณ์บังคับไว้เป็นการทั่วไป โดยตราประมวลกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความในศาลปกครอง ค.ศ. 1960 และกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติรัฐการทางปกครอง ค.ศ. 1976 หากไม่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดการอุทธรณ์ไว้เป็นอย่างอื่น การอุทธรณ์ต้องเป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว แต่ได้กำหนดข้อยกเว้นไม่ต้องอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองไว้ในกรณีที่เป็นคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองชั้นสูงสุดของสหพันธ์หรือของมลรัฐ และคำว่า “เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองชั้นสูงสุดของสหพันธ์” ได้แก่ ประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองชั้นสูงของมลรัฐจะกำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการบริหารทางปกครองของมลรัฐ แต่การที่มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 บัญญัติยกเว้นกรณีไม่อยู่ในบังคับให้ต้องอุทธรณ์เฉพาะแต่คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยคณะกรรมการต่าง ๆ และคำสั่งทางปกครองของรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งไม่ครอบคลุมถึงคำสั่งทางปกครองของประธานรัฐสภา ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานรัฐสภา ในทางปฏิบัติของหน่วยงานทางปกครองและศาลปกครองสูงสุดอาจตีความบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวแตกต่างกัน ซึ่งไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 จึงอาจทำให้การบังคับใช้กฎหมายขาดเอกภาพ ทำให้เกิดช่องว่างของกฎหมายและอาจขัดกับวัตถุประสงค์ของการอุทธรณ์ที่มุ่งหมายให้ผู้รับคำสั่งทางปกครองได้มีโอกาสเสนอการเยียวยาต่อฝ่ายปกครองก่อน ซึ่งจะได้รับการเยียวยารวดเร็วกว่าการนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง และให้การอุทธรณ์ภายในฝ่ายปกครองเป็นการแบ่งเบาภาระในการพิจารณาคดีของศาล
ผู้วิจัยจึงมีความเห็นว่า คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานของรัฐ โดยสภาพแล้วไม่อาจดำเนินการให้มีการพิจารณาอุทธรณ์ 2 ชั้น ตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 เพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะที่ได้จากการศึกษาวิเคราะห์ โดยเห็นควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 5 ในส่วนของคำนิยาม โดยเพิ่มคำนิยามคำว่า “ผู้บังคับบัญชาสูงสุด” และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 44 ให้คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยผู้บังคับบัญชาสูงสุดไม่ต้องอยู่ในบังคับให้ต้องอุทธรณ์เช่นเดียวกับคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยคณะกรรมการต่าง ๆ และคำสั่งทางปกครองที่ออกโดยรัฐมนตรี หากแก้ไขเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะในงานวิจัยข้างต้น จะส่งผลดีต่อการปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งก่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินคดีเกี่ยวกับคำสั่งทางปกครองของประธานรัฐสภาและส่งผลให้ผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของประธานรัฐสภาได้รับการเยียวยาจากฝ่ายปกครอง
เอกสารอ้างอิง
กมลชัย รัตนสกาววงศ์. (2554). กฎหมายปกครอง. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
กาญจนา ปัญญานนท์. (2560). ความเบื้องต้นเกี่ยวกับการอุทธรณ์คาสั่งทางปกครองตามกฎหมายอิตาลี. วารสาร การเมือง การบริหาร และกฎหมาย คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. ปีที่ 10 ฉบับที่ 3.
เกรียงไกร โพธิ์แก้ว. (2554). ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองกับคำสั่งทั่วไปทางปกครอง (คำสั่งทางปกครองทั่วไป). วิทยานิพนธ์นิติศาสตร์มหาบัณฑิต สาขากฎหมายมหาชน, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ขวัญชัย สันตสว่าง. (2542). กฎหมายปกครองเปรียบเทียบ. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 166/2558
ชาญชัย แสวงศักดิ์. (2531). เอกสารทางวิชาการประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับคณะกรรมการตามมาตรา 7 (2) (ค) แห่งพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 . วารสารกฎหมายปกครอง. เล่ม 7 ตอน 2.
ชัยวัฒน์ วงศ์วัฒนศานต์. (2541). กฎหมายวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง. กรุงเทพฯ: จิรรัชการพิมพ์.
บรรเจิด สิงคะเนติ. (2561). หลักกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมฝ่ายปกครอง. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
บุบผา อัครพิมาน. (2549). การควบคุมการกระทำทางปกครองโดยระบบการควบคุมภายในฝ่ายปกครอง. วารสารวิชาการศาลปกครอง. ปีที่ 6 ฉบับที่ 3 (กันยายน – ธันวาคม 2549).
บันทึกความเห็นคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่อง การอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองที่ออกโดยประธานรัฐสภา (เรื่องเสร็จที่ 1476/2558)
บันทึกคณะกรรมการวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง เรื่อง อำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือของคณะกรรมการกองทุนยุติธรรมตามพระราชบัญญัติกองทุนยุติธรรม พ.ศ. 2558 (เรื่องเสร็จที่ 241/2560)
ฤทัย หงส์สิริ. (2541). การทบทวนคำสั่งทางปกครอง. รวมบทความทางวิชาการกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
