โมเดลความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้านกลยุทธ์การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการดำเนินการธุรกิจในประเทศไทย
คำสำคัญ:
กลยุทธ์การตลาดอิเล็กทรอนิกส์, ประสิทธิผล, ผลการดำเนินการธุรกิจบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยเหตุด้านกลยุทธ์การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการดำเนินการธุรกิจในประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยเหตุด้านกลยุทธ์การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการดำเนินการธุรกิจในประเทศไทย 3) เพื่อพัฒนาตัวแบบโมเดลเชิงสาเหตุด้านกลยุทธ์การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ ที่ส่งผลต่อประสิทธิผลในการดำเนินการธุรกิจในประเทศไทย เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed Methods) ซึ่งทำการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย เพื่อศึกษาปัจจัยสภาพแวดล้อมภายในองค์กร ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร ปัจจัยด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ที่ส่งผลต่อปัจจัยด้านกลยุทธ์การตลาดอิเล็กทรอนิกส์และประสิทธิผลในการดำเนินการธุรกิจในประเทศไทย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยทำการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากกลุ่มตัวอย่างด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 10 ราย และเชิงปริมาณด้วยแบบสอบถาม จำนวน 400 ราย ผู้วิจัยใช้สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา เป็นค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าเฉลี่ย การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน การวิเคราะห์แบบจำลองสมการโครงสร้างด้วยโปรแกรม LISREL for Windows version 8.80
ผลการวิจัย พบว่า ปัจจัยเชิงสาเหตุทุกปัจจัยมีอิทธิพลทางตรงเชิงบวกต่อกลยุทธ์การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ และส่งผลทางตรงเชิงบวกต่อประสิทธิผลในการดำเนินการธุรกิจในประเทศไทย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01
เอกสารอ้างอิง
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ. (2551). e-Commerce สุดยอดช่องทางรวย ทุนน้อย ทำง่าย สร้างรายได้ 24 ชั่วโมง. ครั้งที่พิมพ์ 2. กรุงเทพฯ: พงษ์วรินการพิมพ์.
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ. (2553). บทสรุปหนึ่งทศวรรษการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเตอร์เน็ตประเทศไทย. (2542-2553). กรุงเทพฯ: ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2546). การบริหารการส่งเสริมการตลาด. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ.
อู่อ้น, & วิชิต. (2554). การใช้แบบจำลองส่วนประสมทางการตลาดเพื่อศึกษาการตัดสินใจเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน. วารสารวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ บูรพาปริทัศน์, 3(1), 34-43
Andreson & Srinivasan, (2003). Marketing An Introduction. 9th ed. Newfersey : Pearson Education.
Armstrong, Gary and Kotler, Philip. (2007). Marketing An Introduction. 8th ed. New jersey: Pearson Education.
Bahmanziari T., Pearson & J. M.,Crosby, L. 2003. “Is trust important in technology adoption ? A
policy capturing approach,” The Journal of Computer Information Systems.
Boyd, M.; & Ellison, B. (2008). Social Network Sites: Definition, History and Scholars. Journal of Computer-Mediated Communication. 13: 210-230.
Duncan, T. (2005). IMC in industry more talk than walk. Journal of Advertising, 34 (4), 5-6.
Etzel, walker and Stanton. (2007). Marketing14 International Edition 2007, McGraw-Hill. Companies, 2007
Hair; et al. (2010) Marketing research with in a changing information environment. New York: McGraw–Hill. Second Edition.
Kardes, Cronley; & Cline. ( 2011) Principles of Marketing. 13th Edition. Pearson Education.
Philip Kotler & Kevin Keller, ( 2006) Marketing Management. 12th ed. Upper Saddle River: Pearson Prentice Hall.
Schiffman, L.G.; & Kanuk, L.L. ( 2000 ) Consumer Behavior. 10th ed. New York: Prentice Hall.
Smith, P.R. and Chaffey D (2005). E-MarketingeExcellence: at the heart of e-Business.Butterworth Heinemann, Oxford, UK.
Solomon. M.R. (2009). Consumer Behavior: Buying, Having and Being. 8th ed. New Jersey: Prentice Hall.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
