ยุทธศาสตร์การพัฒนา ตลาดทุ่งครุพลาซ่า เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร
คำสำคัญ:
ยุทธศาสตร์, ความพึงพอใจ, สภาพปัญหา, การประเมินยุทธศาสตร์บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) ความพึงพอใจของประชาชนที่มาใช้บริการ ตลาดทุ่งครุพลาซ่า เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร 2) สภาพปัญหาตลาดทุ่งครุพลาซ่า 3) สร้างยุทธศาสตร์การพัฒนา ตลาดทุ่งครุพลาซ่า 4) ประเมินยุทธศาสตร์การพัฒนา ตลาดทุ่งครุพลาซ่า ผู้วิจัยใช้แบบของการวิจัยและพัฒนา โดยการผสมผสานวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพเป็นหลัก ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 44 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์เชิงลึก 2) ประเด็นการระดมสมอง 3) ประเด็นการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างที่มาใช้บริการตลาดทุ่งครุพลาซ่า จำนวน 378 คน ใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถาม ดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษาพบว่า สภาพปัญหาตลาดทุ่งครุพลาซ่า ประกอบด้วย ด้านผลิตภัณฑ์บริการ สินค้ามีปริมาณ ไม่เพียงพอ อาหารมีความสดแต่ดูไม่ค่อยสะอาด ด้านราคา ค่าบริการ ได้แก่ สินค้าบางชนิดราคาสูงเกินไป ด้านสถานที่บริการ ได้แก่ ความไม่สะดวกในการเลือกซื้อสินค้า สถานที่จอดรถไม่เพียงพอ ด้านการส่งเสริมและบริการ ได้แก่ โฆษณาประชาสัมพันธ์น้อย ด้านผู้ให้บริการ ได้แก่ ผู้ขายตอบคำถามไม่ชัดเจน และด้านสภาพแวดล้อมของการบริการ ได้แก่ การจราจรแออัด รถติด ด้านกระบวนการบริการ ได้แก่ ไม่สามารถสั่งของทางโทรศัพท์ได้
เอกสารอ้างอิง
เจตนี ตันจันทร์พงศ์. (2552). พฤติกรรรมในการซื้อสินค้าจากร้านสะดวกซื้อของผู้บริโภคในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ฐาปรานี มาดี. (2550). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพผลการประกอบธุรกิจร้านสะดวกซื้อในจังหวัดสุรินทร์. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.
ณัฐพร ต้นลาภเจริญ. (2550). รายงานการวิจัยเรื่องความพึงพอในของผู้บริโภคต่อส่วนประสมทางการตลาดบริการของร้านเซเว่นอีเลฟเว่นในเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร. คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทร์เกษม.
นวลฉวี ศรีเสน. (2550). ปัจจัยทางการตลาดที่ผลต่อการตัดสินใจใช้บริการร้านเซเว่นอีเลฟเว่นของผู้บริโภคในเขตอำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี. มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.
เบญจพร นอกตะแบก. (2550). การตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เสื้อผ้าสำเร็จรูปของประชาชน ในเขตบางกะปิ. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร.
ผ่องพรรณ สุวรรณรัตน์. (2551). รายงานการวิจัยเรื่องการศึกษาส่วนประสมทางการตลาดของร้านค้าปลีกในเขตเทศบาลเมืองพะเยา อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา. คณะบริหารธุรกิจ: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
พิกุล บุญธิมา. (2550). รายงานการวิจัยเรื่องความพึงพอใจของผู้บริโภคร้านสะดวกซื้อในเขตเทศบาลนครเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย. คณะบริหารธุรกิจ:มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์ (2551). ภาวะการณ์เปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทย. ศูนย์พัฒนาธุรกิจค้าปลีกและแฟรนไชส์สากล. คณะบริหารธุรกิจ: มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
วราพร ไตรทศพร. (2550). พฤติกรรมการซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพมหานคร. มหาวิทยาลัย รามคำแหง.
ศศิวิมล ไพศาลสุทธิเดช. (2556). ทัศนคติและพฤติกรรมการบริโภคกาแฟสตาร์บัคส์ของคนไทยและคนเกาหลี. คณะบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศิริชัย โกเมนทร์. (2551). ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกใช้บริการร้านสะดวกซื้อในเขตอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
สันติ เศวตวิมล. (2544). ตำนานตลาดไทย. กรุงเทพฯ: ธรรมสาร.
สาวารส ยิ้มเจริญ. (2551). ส่วนประสมทางการตลาด (4P’s) ที่มีผลการการตัดสินใจใช้บริการร้านสะดวกซื้อของผู้บริโภคในเขตอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
สุธาริณี วิภาธนกิจ. (2550). การเปรียบเทียบทัศนคติของผู้บริโภคที่มีผลต่อส่วนประสมทางการตลาดของร้านค้า ปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคในอำเภอกุฉินารายน์ จังหวัดกาฬสินธุ์. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต.
Hermanson, Edwards, Salmunson. (1987). Study guide to accompany Accounting Principles. Letricia Gayle Rayburn : Business.
Kotler, Philli. (1994). Marketing Management. 10th ed. Englewood Cliffs, New Jersey : Prentice - Hall Inc.
Schiffman, Kanuk. (1996). Consumer Behavior. 7th ed. New Jersey : Prentice-Hall.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
