รูปแบบการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • สุวจี วัฒนะวิวัฒน์กุล หลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต สาขาการจัดการการตลาด มหาวิทยาลัยศรีปทุม

คำสำคัญ:

การจัดการธุรกิจท่องเที่ยว, ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ, ท่องเที่ยวเชิงนิเวศภาคตะวันออก

บทคัดย่อ

                การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยเหตุที่ส่งผลต่อการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทย 2) เพื่อศึกษาองค์ประกอบในปัจจัยเหตุและผลของการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทย 3) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทย เป็นการวิจัยแบบผสม (Mixed Method) ระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) ดำเนินการเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน(Multistage Random Sampling)เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความคิดเห็นด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการ Factor analysis เพื่อจัดกลุ่มตัวชี้วัดและทดสอบค่า Reliability test มีความสอดคล้องอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ(percentage) ค่าเฉลี่ย(mean)ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(standard deviation)การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน(confirmatory factor analysis)และการวิเคราะห์เส้นทาง (path analysis) ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปLISREL 9.10
            ผลการวิจัยพบว่า  การวิเคราะห์ข้อมูลตามสภาพการปฏิบัติจริงขององค์ประกอบและตัวแปรสังเกตได้ของปัจจัยการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทยประกอบด้วย ปัจจัยศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ  (X1),ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการ (X2),ปัจจัยแรงจูงใจในการท่องเที่ยว (X3),  ปัจจัยการมีส่วนร่วมของชุมชน(X4) มีความเหมาะสมและนำมาใช้เป็นกรอบแนวคิดการวิจัยรูปแบบการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทยเพื่อพัฒนาตัวแบบโมเดลเชิงสาเหตุการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทยได้
               ผู้ตอบแบบสอบถามมีจำนวนทั้งหมด 400 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ41 - 50 ปี  ส่วนใหญ่หย่าร้าง มีการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า ส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัท  มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน  เป็น20,001-30,000 บาท   ส่วนใหญ่เดินทางมาเที่ยวโดยรถยนต์ส่วนตัว  ส่วนใหญ่มีงบประมาณที่ใช้ในการเดินทางมาเที่ยว10,000 บาทขึ้นไป  มาเที่ยวกับเพื่อน/เพื่อนรวมงาน ส่วนใหญ่จัดการการเดินทางด้วยตนเอง มีช่วงเวลาที่เดินทางมาเที่ยวเป็นวันหยุดยาวโดยทราบข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวจากเว็บไซต์/Facebook/Line มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยว ด้านแหล่งท่องเที่ยว (Attractions)โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวด้านการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว (Accessibility) โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวด้านที่พัก (Accommodation) โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ระดับความคิดเห็นด้านแนวคิดส่วนประสมทางการตลาดโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยแนวคิดทฤษฎีแรงจูงใจด้านแรงจูงใจโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก  ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยการมีส่วนร่วมของชุมชนโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก  ระดับความคิดเห็นด้านปัจจัยการบริหารจัดการโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยผลสัมฤทธิ์การจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทย โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก
              ผลการวิเคราะห์ตัวแปรสังเกตได้ ที่ใช้ในการศึกษาความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงสาเหตุของการจัดการการท่องเที่ยวเชิงนิเวศของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทย พบว่า ตัวแปรสังเกตได้ส่วนใหญ่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก
             ผลการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้ ของรูปแบบความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงสาเหตุที่พิจารณาค่าความสัมพันธ์ว่าแตกต่างจากศูนย์หรือไม่เพื่อดูความสัมพันธ์ของการมีองค์ประกอบร่วม ก่อนนำไปวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน โดยใช้การวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิสหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน พบว่า ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรสังเกตได้ทุกตัวแปร ที่มีค่าแตกต่างจากศูนย์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
              ผลการวิเคราะห์ความสอดคล้องของรูปแบบจำลองความสัมพันธ์โครงสร้างเชิงสาเหตุของการจัดการธุรกิจท่องเที่ยวเชิงนิเวศอย่างยั่งยืนของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกของประเทศไทยกับข้อมูลเชิงประจักษ์

เอกสารอ้างอิง

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(2560)แผนปฏิบัติการท่องเที่ยวเชิงนิเวศแห่งชาติ.กรุงเทพฯ:การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

Bertalanffy, L.V. (1968). General system theory: Foundations, Development, Applications. New York: George Braziller

Caffyn & Jobbins (2003) Tourism, eco-tourism and protected areas. In Kusler, (ed.) Ecotourism and Resource Conservation. Vol. 1. Eco-tourism and resource conservation project.

E. Jerom Mecarthy et al. (2012) Basic Marketing. A Managerial Approach.Homewood, IL: Richard D. Irwin.

Fennell, D. A., & Dowling, R. K. (Eds.). (2003). Ecotourism policy and planning. CABI.

Murphy (2001) Tourism: A community approach. New York, NY: Methuen, Inc

Office of Natural Resources and Environmental Policy and Planning. (2002). The agreement with the Convention on Biological Diversity (Convention on Biological Diversity: CBD). RetrievedApril 26,2014,

Parichat Singhasaktrakul et al. (2010). “The Study of Potentiality and Conservation Tourism Development Approach of Baan Thung-Maprang, Kuan Doan District and Baan Ton- Panan, Kuan Kalong District in Satun Province”. Suthiparithat Journal. 27(83), 97-112.

Rittichainuwat, B., & Rattanaphinanchai, S. (2008). Applying a mixed method of quantitative and qualitative design in explaining the travel motivation of film tourists in visiting a film-shooting destination. Tourism Management, 46, 136-147.

Sparks & Pan (2009) Theoretical Model of Nurse Outcomes: Associations among Nurse Characteristics, Psychological Empowerment, Generation, Quality of Work life, and RN Job Satisfaction. Doctoral dissertation, West Virginia university.

Woodside Arch G.& Martin Drew (2008)Tourism management :analysis, behaviour and strategy / edited by Arch G

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-01-26

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย