ปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียว กรณีศึกษาบ้านศรีพรม ตำบลควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา
คำสำคัญ:
กระเจี๊ยบเขียว, ส่วนประสมทางการตลาด, อำเภอปง, จังหวัดพะเยาบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียวในเขตอำเภอปง จังหวัดพะเยา 2) เพื่อศึกษาปัจจัยที่สัมพันธ์กับส่วนประสมทางการตลาดของเกษตรกรผู้ผลิตกระเจี๊ยบเขียวในเขตอำเภอปง จังหวัดพะเยา และ3) เพื่อศึกษาการสร้างรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียวในเขตอำเภอปง จังหวัดพะเยากลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ สมาชิกกลุ่มผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียวบ้านศรีพรม หมู่ 4 อำเภอปง จังหวัดพะยา จำนวน 35ครัวเรือน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่า t-test และค่า F-test หรือหรือวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA) และการถดถอยอย่างง่าย (simple regression analysis)
ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียวในเขตอำเภอปง จังหวัดพะเยาในภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยพบว่าด้านผลิตภัณฑ์ มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมา คือ ด้านราคา ด้านการส่งเสริมการตลาด ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และด้านกระบวนการ ตามลำดับ สำหรับผลการเปรียบเทียบส่วนประสมทางการตลาด จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า เกษตรกลุ่มผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียวมีเพศ และระดับการศึกษา ไม่แตกต่างกัน แต่เกษตรกลุ่มผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียวมีอายุ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และปัจจัยที่สัมพันธ์กับส่วนประสมทางการตลาดของเกษตรกรผู้ผลิตกระเจี๊ยบเขียวในเขตอำเภอปง จังหวัดพะเยาพบว่า ด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านการจัดจำหน่าย ด้านการส่งเสริมการตลาด และด้านกระบวนการ มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับสภาพทางเศรษฐกิจของเกษตรกรผู้ผลิตกระเจี๊ยบเขียว คิดเป็นร้อยละ 82.1, 59.3, 83.6,80 และ 45.1 ตามลำดับ เกษตรกรยังให้ข้อเสนอแนะมากที่สุดในเรื่องของการส่งเสริมให้เกษตรมีการใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากยิ่งขึ้น เพื่อลดต้นทุนการผลิตและช่วยเพิ่มรายได้ในการปลูกกระเจี๊ยบเขียวและหน่วยงานของรัฐควรจัดแปรรูปผลผลิตกระเจี๊ยบเขียวเพื่อเพิ่มมูลค่าของกระเจี๊ยบเขียวเพื่อเป็นแนวการสร้างรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียวในเขตอำเภอปงจังหวัดพะเยาให้เกิดความเข้มแข็งจากภายในกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกระเจี๊ยบเขียว สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ และนวัตกรรมด้านเกษตรใหม่ ๆ ได้
เอกสารอ้างอิง
กมลพร พุ่มอยู่. (2551). ปัจจัยที่มีผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าที่มาใช้บริการห้างเทสโก้ โลตัส สาขาพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก. ภาควิชาบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น.D:\งานสถาบัน\งานบทคัดย่อ\กรมวิชาการเกษตร. 2545.ผลงานวิชาการประจําปี2543. http:\www.doa.go.th\home\publication\pub\scientific_1-4\scientific_1\sugarcane,[16 พฤศจิกายน2545]
ฉัตยาพรเสมอใจ. (2550). พฤติกรรมผู้บริโภค.กรุงเทพฯ: วีพริ้นท์.
ชญาดา สมศักดิ์. (2559). ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด (7Ps) ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้ายี่ห้ออิเกีย ของผู้บริโภคในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลริหารธุรกิจมหาบัณฑิต.คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
พัชรินทร์ สุภาพันธ์ รภัสสรณ์ คงธนจารุอนันต์ จาเนียร บุญมาก ทัดพงศ์ อวิโรธนานนท์ และพัชรี อินธนู. (2560). กลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมสาหรับช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารปาริชาต. มหาวิทยาลัยทักษิณ ฉบับพิเศษ, หน้าที่ 38.
ภรณี แย้มพันธ์. (2559).ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้แปรรูปตราดอยคำ . บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ภูสิทธ์ ขันติกุล และคณะ. (2554)รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เขตดุสิต. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุทันทา.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์ และคณะ. (2546). กลยุทธ์การตลาดและการบริหารการตลาด. กรุงเทพฯ : ไดมอน อิน บิสสิเน็ตเวิร์ล.
สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร.(2560). กระเจี๊ยบเขียว: เนื้อที่เพาะปลูก เนื้อที่เก็บเกี่ยว ผลผลิต และ ผลผลิตต่อเนื้อที่ปลูก ปี 2554–2559. สืบค้นจาก http://www.oae.go.th/view/1/รายละเอียด ข่าว/ข้อมูลการผลิตสินค้าเกษตร_ผัก/27335/TH-TH
อดุลย์ จาตุรงคกุล. (2543).แนวคิดส่วนประสมทางการตลาดไว้ว่าช่องทางการจัดจำหน่าย (Place) กล ยุทธ์การตลาด (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Kotler, P. (1997). Marketing management: analysis, planning implementation andcontrol. (9th ed). New Jersey: Asimmon&Schuster
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
