มาตรการในการคุ้มครองสิทธิแรงงานในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี
คำสำคัญ:
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน, การบริหารค่าจ้าง, ค่าตอบแทนในการทำงาน.บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาที่มาของปัญหาในการคุ้มครองสิทธิแรงงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนในการทำงานซึ่งเป็นสภาพการจ้างของสถานประกอบกิจการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) เพื่อศึกษาหามาตรการในการคุ้มครองสิทธิแรงงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) การใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) และสนทนากลุ่ม (Focus Group)
ผลการศึกษาวิจัยพบว่า 1) ที่มาของปัญหาในการคุ้มครองสิทธิแรงงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนในการทำงานซึ่งเป็นสภาพการจ้างของสถานประกอบกิจการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี การไม่ได้นำหลักเกณฑ์การจ่ายค่าจ้างที่ได้จากการทำงาน ซึ่งกฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างตามวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามปกติเท่านั้น ไม่ได้ให้นายจ้างจ่ายเพื่อ จูงใจลูกจ้างในการทำงานเกินมาตรฐานตามปกติ เช่น ให้ทำงานขยันขันแข็ง และจ่ายเป็นเบี้ยขยัน กฎหมายไม่ถือว่าเป็นการจ่ายค่าจ้างตามปกติในวันทำงานตามปกติ แต่เป็นการจ่ายค่าตอบแทนในรูปแบบสวัสดิการอย่างหนึ่งเท่านั้น 2) ส่วนประเด็นมาตรการในการคุ้มครองสิทธิแรงงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานขั้นพื้นฐานในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในปัจจุบันมาตรการทิศทางการบริหารงานด้านคุ้มครองแรงงานประเด็นการตรวจสถานประกอบกิจการโดยใช้ฐานข้อมูลการรายงานสภาพการจ้างและสภาพการทำงานของสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีการกำหนดแบบสภาพการจ้างและสภาพการทำงานของสถานประกิจการขึ้นในแต่ละปีงบประมาณ (แบบ คร.11) ซึ่งอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 มาตรา 115/1 กำหนดให้นายจ้างซึ่งมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในเดือนมกราคมของทุกปี ในกรณีที่สถานประกอบกิจการหรือนายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนไม่ยื่นหรือไม่แจ้งแบบแสดงภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (แบบ คร.11) ภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานกำหนดบทลงโทษทางอาญาไว้คือ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามกฎหมายข้างต้น และกรณีสถานประกอบกิจการหรือนายจ้างกรอกข้อความอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามนัยมาตรา 137 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ในส่วนการบังคับใช้กฎหมายก็พบว่ายังมีประเด็นที่ควรทบทวนหรือปรับปรุงแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ประสิทธิภาพและประสิทธิผล กล่าวคือ ในเชิงปริมาณ ยังปรากฏถึงจำนวนการละเมิดสิทธิแรงงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนในการทำงานซึ่งเป็นสภาพการจ้างของสถานประกอบกิจการในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีกฎหมายบัญญัติคุ้มครองสิทธิและกำหนดโทษทางอาญาเอาไว้ก็ตาม ส่วนการบังคับใช้ กฎหมายในเชิงคุณภาพ ก็ยังปรากฏปัญหาและข้อจำกัดด้านอัตรากำลังและขีดความสามารถของรัฐที่ไม่อาจดำเนินการในบางพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อเสนอแนะจาการวิจัย 1) หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องควรจัดทำระเบียบหรือหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนให้มีลักษณะเป็นภาวะวิสัยที่ตั้งอยู่บนฐานแห่งดุลยพินิจน้อยที่สุดเพื่อให้การให้คำแนะนำหรือการประนีประนอมเป็นไปในทิศทางเดียวกัน อย่างน้อยที่สุดควรกำหนดระดับต่ำ (bottom line) ตามกฎเกณฑ์หรือองค์ประกอบของค่าจ้างตามแนวที่ศาลฎีกาได้วางเป็นแนวปฏิบัติไว้เนื่องจากลูกจ้างมีสถานะทางสังคมและการเงินที่ด้อยกว่า 2) ส่วนประเด็นมาตรการการคุ้มครองสิทธิแรงงานเกี่ยวกับค่าตอบแทนในการทำงาน เห็นควรจัดให้มีคู่มือปฏิบัติงานด้านคุ้มครองแรงงานเกี่ยวกับการบริหารค่าจ้างโดยตรง โดยอาศัยหลักเกณฑ์ตามที่ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานได้วางแนวปฏิบัติไว้กล่าวคือตามนัยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 857/2544 ซึ่งวางหลักไว้ 3 องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบที่ 1 มิได้คำนึงว่านายจ้างจะมีชื่อเรียกค่าจ้างว่าอย่างไร จะมีวิธีการจ่าย โดยกำหนดหรือคำนวณอย่างไร องค์ประกอบ ที่ 2 นายจ้างต้องจ่ายเป็นกรรมสิทธิ์ลูกจ้างเท่านั้น มิใช่จ่ายผ่านคนอื่น องค์ประกอบที่ 3 นายจ้างจ่ายโดยวัตถุประสงค์เพื่อตอบแทนการทำงาน ในเวลาทำงานวันทำงานตามปกติที่นายจ้างกำหนดตามกฎหมายเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงแรงงาน, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2563). รายงานจำนวนสถานประกอบกิจการจำแนกตามภาคใต้ เขตรับผิดชอบจังหวัดสุราษฎร์ธานี. กรุงเทพมหานคร : กองคุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน.
กระทรวงแรงงาน. (ลงวันที่ 22 กันยายน 2563). นโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ปี 2563. ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคประจำปี 2563.
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. คู่มือปฏิบัติงานด้านคุ้มครองแรงงาน (ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563)
กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, กองนิติการ. “คำชี้แจงกระทรวงแรงงาน เรื่อง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2560” [Online], Available URL: http://legal.labour.go.th/2018/images/law/Protection2541/7/p_006.pdf เข้าถึงข้อมูลวันที่ 10 ตุลาคม 2562.
กองนิติการ, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. (2544). คู่มือการดำเนินคดีอาญาตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2541.กรุงเทพมหานคร : บพิธการพิมพ์.
เกษมสันต์ วิลาวรรณ. (2553). การเลิกจ้างและการลาออก. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วิญญูชน.
เกษมสันต์ วิลาวรรณ. (2556). คำอธิบายกฎหมายแรงงาน. พิมพ์ครั้งที่ 20. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วิญญูชน.
จาตุรนต์ แก่นศึกษา. (2542). การใช้แรงงานทั่วไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 : ศึกษาเปรียบเทียบกับอนุสัญญาและข้อเสนอแนะขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ. “งานนิพนธ์” วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต : มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต, ถ่ายเอกสาร.
จำรัส เขมะจารุ. (2527). ศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ รุ่งเรืองธรรม
บูรณ์ ฐาปนดุลย์. (2553). ขั้นตอนและวิธีการก่อนนำคดีมาสู่ศาลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541. “งานเอกสาร” ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) : วิทยาลัยการยุติธรรม. สำนักงานศาลยุติธรรม, ถ่ายเอกสาร.
นพดล ทัดระเบียบ. (2551). ปัญหาการดำเนินคดีอาญาในความรับผิดตามพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551. วิทยานิพนธ์ปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิต, คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
พงรัตน์ เครือกลิ่น. (2555). คำอธิบายกฎหมายแรงงานเพื่อการบริหารทรัพยากรมนุษย์. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์นิติธรรม.
พิพัฒน์ ปรีดาวิภาต. (2549). อุทธรณ์ข้อเท็จจริงในกฎหมายแรงงาน. “งานเอกสาร” ผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) : วิทยาลัยการยุติธรรม. สำนักงานศาลยุติธรรม, ถ่ายเอกสาร.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย. (2560,6 เมษายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 134 /ตอนที่ 40 ก/หน้า 1
สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, กรม. (2560). รายงานความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจ-แรงงาน. กรุงเทพมหานคร : สำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน.
สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, กรม. (2563). ข้อมูลสำคัญผู้บริหาร. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขานุการกรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน.
สวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, กรม. (2555-2558). แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี. กรุงเทพมหานคร : สำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน.
สำนักงานคณะกรรมการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2557, 14 มกราคม). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555-2559). (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.nesdb.go.th/Default.aspx?tabid=139.
สุดาศิริ วศวงศ์. (2553). คำอธิบายเกี่ยวกับกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์นิติบรรณการ.
อนุสัญญาเกี่ยวกับค่าตอบแทนที่เท่าเทียบกัน พ.ศ. 2494. (2557, 9 กรกฎาคม). (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://ils.labour.go.th/doc/c100.pdf.
อัตราค่าแรงขั้นต่ำนานาชาติ 2011. (2557 17 มิถุนายน). (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.minimum-wage.org/international/th/Francce.
Erickson, C. & Mitchell, D. (2000). Labor Standards and International Trade: Background and Analysis. “The Multilateral Trading System in a Globalizing World”. Edited by Lee-Jay Cho and Yoon Hyung Kim.Seoul: Korea Development Institute. June: pp. 275-315.
Heintz, J. (2002). Global Labor Standards: Their Impact and Implementation. “Working
International Labour Organization. (1991). International Labour Convention and Recommendations 1919-1981. Geneva: International Labour Office.
Mah, J. S. (1997). Core Labour Standards and Export Performance in Developing Countries. World Economy. Vol. 20 (6) (September). Pp. 773-785.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
