การศึกษาปัจจัยด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่มีผลต่อการให้บริการรับจำนำด้วยความโปร่งใสของสำนักงานธนานุเคราะห์
คำสำคัญ:
การกำกับดูแลกิจการที่ดี, การให้บริการรับจำนำ, ความโปร่งใสบทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่มีผลต่อการให้บริการรับจำนำด้วยความโปร่งใส เปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการให้บริการรับจำนำด้วยความโปร่งใสและความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่มีผลต่อการให้บริการรับจำนำด้วยความโปร่งใสของสำนักงานธนานุเคราะห์ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณที่ใช้แบบสอบถามเพื่อรวบรวมข้อมูล โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้บริการรับจำนำ จำนวนทั้งสิ้น 400 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติไคสแควร์ การวิเคราะห์ข้อมูลสหสัมพันธ์พหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ พบว่า 1) ปัจจัยด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของสำนักงานธนานุเคราะห์ ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) การให้บริการรับจำนำด้วยความโปร่งใสของสำนักงานธนานุเคราะห์ พบว่า ผู้มาใช้บริการมีสัดส่วนที่เห็นด้วยมากที่สุดกับการให้บริการรับจำนำด้วยความโปร่งใสของสำนักงานธนานุเคราะห์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 3) ปัจจัยด้านตามหลักการกำกับดูแลที่ดี สามารถอธิบายการให้บริการรับจำนำด้วยความโปร่งใสของสำนักงานธนานุเคราะห์ โดยรวมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับค่อนข้างน้อย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 4) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่มีผลต่อการให้บริการรับจำนำด้วยความโปร่งใสของสำนักงานธนานุเคราะห์ มีความสัมพันธ์ทางบวก ในทิศทางเดียวกันในระดับค่อนข้างน้อย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01
เอกสารอ้างอิง
ธนะมินทร์ สุพรรณสมบูรณ์. (2560). การศึกษาพฤติกรรมการจำนำทองของประชาชนในจังหวัดบุรีรัมย์. ค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
บุญส่ง โซยรัมย์. (กรกฎาคม 2562). การบริหารสถานศึกษาขนาดเล็กโดยใช้หลักธรรมาภิบาล. วารสารการบริหารการศึกษาและภาวะผู้นำ , 181-182. เรียกใช้เมื่อ 15 ธันวาคม 2563 จาก https://jeal.snru.ac.th
พรรณสิรี ชูนพรัตน์. (20 กุมภาพันธ์ 2564). หลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษาตามมาตรฐานที่ 2 ด้านการจัดการอาชีวศึกษาในสถาบันการอาชีวศึกษาภาคเหนือ 4. วารสารสถาบันวิจัยและพัฒนา. เรียกใช้เมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2564 จาก https://so03.tci-thaijo.org › article › download.
ไพฑูรย์ สุขผลานันท์. (2558). การศึกษาสภาพการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของผ้บริหารสถานศึกษา สังกัดอาชีวศึกษาจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด. วิทยานิพนธ์ปริญญา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏรําไพพรรณี.
มยุรี แสนสุข. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารตามหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารสถานศึกษากับสุขภาพองค์การของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.
ศิลปพร ศรีจั่นเพช. (2555). หลักสำคัญของการกำกับดูแลกิจการ.วารสารบริหารธุรกิจ. 35(133), 1-3.
สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ. (2562). หลักการและแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2562 และแนวทางปฏิบัติ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.). (2552). คู่มือการจัดระดับการกำกับดูแลองค์การภาครัฐ ตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี. กรุงเทพฯ: บริษัทพรีเมียร์ โปรจำกัด.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of Psychological Test. (5th ed.). New York: Harper Collins.
Rovienlli, R. J., & Hambleton, R. K. (1977). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test Item validity. The Annual Meeting if the American Education Research Association.
Taro Yamane. (1973). Statistics: an introductory analysis. New York: : Harper & Row.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
