รูปแบบการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาทักษะทางศิลปะของเด็กออทิสติก ที่มีความสามารถพิเศษทางศิลปะ
คำสำคัญ:
รูปแบบการสอน, ทักษะศิลปะ, ออทิสติกบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาทักษะศิลปะของเด็ก ออทิสติกที่มีความสามารถพิเศษทางศิลปะ 2) ประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาทักษะทางศิลปะของเด็กออทิสติกที่มีความสามารถพิเศษทางศิลปะ ดำเนินการวิจัยในลักษณะของวิธีการวิจัยแบบผสมผสานวิธี (mixed method research) กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จากกลุ่มประชากร จำนวนทั้งสิ้น 8 คน ประกอบด้วย 1)ผู้เชี่ยวชาญ ด้านการสอนศิลปะเด็กออทิสติก จำนวน 2 คน 2) ครูศิลปะ ที่จบการศึกษาทางด้านสาขาศิลปะโดยตรง ปฏิบัติหน้าที่และมีประสบการณ์ในการสอนศิลปะเด็กออทิสติก จำนวน 2 คน 3) ครูผู้สอนศิลปะ ที่จบการศึกษาในด้านสาขาอื่น ๆ ปฏิบัติหน้าที่และมีประสบการณ์ในการสอนศิลปะเด็กออทิสติก จำนวน 2 คน และ 4) ครูพิเศษที่จบการศึกษาด้านสาขาศิลปะหรือสาขาอื่น ๆ ปฏิบัติหน้าที่และมีประสบการณ์ในการสอนศิลปะเด็กออทิสติก จำนวน 2 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต และแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการสอนศิลปะฯ โดยวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลมี 2 ส่วน คือ ข้อมูลเอกสาร และข้อมูลภาคสนาม วิธีการวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ตามแนวการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยวิเคราะห์เป็นรายกลุ่มและนำเสนอแบบพรรณนาวิเคราะห์ (Analytical) สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
รูปแบบการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาทักษะศิลปะของเด็กออทิสติกที่มีความสามารถพิเศษทางศิลปะมีองค์ประกอบสำคัญ 11 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) ทัศนคติ 3) เป้าหมาย/จุดประสงค์ 4) การวิเคราะห์ผู้เรียน 5) หลักสูตรและเนื้อหา 6) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 7) เทคนิคการสอน 8) การสร้างบรรยากาศ 9) ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ 10) การวัดและประเมินผล 11) การส่งเสริมและสร้างความร่วมมือในการพัฒนาทักษะทางศิลปะ และมีผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาทักษะทางศิลปะของเด็กออทิสติกที่มีความสามารถพิเศษทางศิลปะ อยู่ในระดับ ดี ซึ่งแสดง ให้เห็นว่า รูปแบบการสอนรูปแบบการสอนศิลปะเพื่อพัฒนาทักษะศิลปะของเด็กออทิสติกที่มีความสามารถพิเศษทางศิลปะ มีความเหมาะสมทั้งในด้านองค์ประกอบ รูปแบบ ความถูกต้องและเหมาะสมของเนื้อหา รวมถึงสามารถนำไปใช้ได้จริงในการพัฒนาทักษะศิลปะในกลุ่มเด็กออทิสติกที่มีความสามารถทางด้านศิลปะ สะท้อนถึงองค์ประกอบของรูปแบบทั้งหมดสามารถเสริมสร้างทักษะการทำงานศิลปะที่ใช้สมาธิและความยืดหยุ่นทางอารมณ์ของเด็กออทิสติกได้ดี จึงเหมาะกับการพัฒนาเด็กออทิสติกให้มีศักยภาพในการช่วยตนเองมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
เกษร ธิตะจารี. (2543). กิจกรรมศิลปะสำหรับครู = Art activity for teacher: กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เจษฎา นกน้อย. (2552). การจัดการความหลากหลายในองค์กร : ตัวแบบทางด้านทรัพยากรมนุษย์เพื่อความเท่าเทียมกันของผู้มีอัตลักษณ์หลากหลายทางเพศ. In: สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
เผ่าโภคสถิตย์, ส. (2543). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ: พิมพลักษณ์.
เพ็ญแข ลิ่มศิลา. (2540). การวินิจฉัยโรค"ออทิซึม". สมุทรปราการ : โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์.
เมตตา สุวรรณศร , พิษณุ ศุภนิมิตร , & สุธา ลีนะวัต (2016). เส้นใยแห่งความรักของแม่. Veridian e-Journal ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ และฉบับ International Humanities, Social Sciences and arts.
แก้วตา บุปผเวส. (2548). ความคงทนในการจำคำศัพท์ของเด็กออทิสติกระดับอนุบาลจากการฝึกโดยใช้กิจกรรมเกม. (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
กันตรัตน์ ไพรินทร์. (2546). การศึกษาความสามารถในการรู้คิดและการแสดงออกทางอารมณ์ของเด็กออทิสติกโดยใช้กิจกรรมศิลปะ. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
คณะกรรมการศัพท์บัญญัติการศึกษา. (2544). ศัพท์บัญญัติการศึกษา ฉบับกรมวิชาการ. กรุงเทพฯ : ศูนย์พัฒนาหนังสือ กรมวิชาการ กระะทรวงศึกษาธิการ.
คณิน บุญสุวรรณ. (2551). รัฐธรรมนูญไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 1 ed.): กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ.
จินตนา กสินันท์. (2555). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนผ่านห้องเรียนเสมือนจริงเพื่อเสริมสร้างการจัดการความรู้. (ปริญญานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
ชนิศ รัตนสิน. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการความรู้ของกองการกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์กรมการทหารสื่อสาร. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2549). พหุปัญญา อัจฉริยภาพหลากหลายมิติที่น่าค้นหา. อัพเดท(222), 63-64.
น้ำทิพย์ วิภาวิน. (2546). การใช้และความต้องการสารสนเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรีใน มหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชนในกรุงเทพมหานคร.รายงานการวิจัย = Information use and needs of undergraduate students in public and private universities in Bangkok: กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
น้ำทิพย์ วิภาวิน. (2549). ห้องสมุด Dekkid.com : ศูนย์รวมความรู้ห้องสมุดยุคใหม่. กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้จัดจำหน่าย.
นิชรา เรืองดารกานนท์. (2551). เด็กออทิสติก-เด็กสมาธิสั้น. (พิมพ์ครั้งที่ 1.. ed.): กรุงเทพฯ : โฮลิสติก.
บุรินทร์ ลือวราพงษ์. (2549). การศึกษาความสามารถในการปั้นสื่อความหมายของนักเรียนออทิสติก. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
ปิยฉัตร ไทยสมบูรณ์. (2551). การศึกษาทักษะทางสังคม ด้านการรับรู้อารมณ์ของเด็กออทิสติก โดยวิธีการอ่านจิตใจที่ใช้การสอนด้วยการภาพวาดลายเส้นและภาพถ่าย. (สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
ผดุง อารยะวิญญู. (2542a). เด็กที่มีปัญหาทางพฤติกรรม. กรุงเทพฯ : แว่นแก้ว.
ผดุง อารยะวิญญู. (2542b). การศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ. (พิมพ์ครั้งที่ 2, (ฉบับปรับปรุงใหม่). ed.): กรุงเทพฯ : แว่นแก้ว.
พุฑฒิพงษ์ เพชรรัตน์. (2552). การศึกษาพฤติกรรมซ้ำ ๆ ของนักเรียนออทิสติกอายุ 7-10 ปีในโรงเรียนศึกษาพิเศษจากการใช้โปรแกรมปรับพฤติกรรมกิจกรรมการเคลื่อนไหว. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศและงานทั่วไป ตอนพิเศษ 58 ง (2551). (Vol. 125): กรุงเทพฯ : คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา.
ราศี ทองสวัสดิ์. (2529). บทบาทและหน้าที่ของครูสอนชั้นเด็กเล็กและการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่มีปัญหา. กรุงเทพฯ : กองวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ.
รุ่งนภา ทรัพย์สุพรรณ. (2546). การศึกษาผลของกิจกรรมกระตุ้นการรับความรู้สึกและการเคลื่อนไหวโดยครอบครัวที่มีต่อการแสดงพฤติกรรมซ้ำ ๆ การเล่นอย่างเหมาะสมและการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ใหญ่ของเด็กออทิสติก. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
เลิศศิริร์ บวรกิตติ (2557) ศิลปะศูนย์กลางการศึกษาและเด็กผู้มีความต้องการพิเศษ. สำนักพิมพ์กรุงเทพ เวชสาร, กรุงเทพฯ
วิจารณ์ พานิช. (2548). การจัดการความรู้ ฉบับนักปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ.
วิจารณ์ พานิช. (2549). KM วันละคำ : "จากนักปฏิบัติ KM สู่นักปฏิบัติ KM. กรุงเทพฯ : สุขภาพใจ.
วินัดดา ปิยะศิลป์. (2537). คู่มือสำหรับพ่อแม่เพื่อเด็กออทิสติก. กรุงเทพฯ : แปลน พับลิชชิ่ง.
วิรุณ ตั้งเจริญ, & สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, ศ. (2544). ผลิตศิลปินน้อย : คู่มือการจัดการศึกษาสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษด้านทัศนศิลป์. กรุงเทพฯ : ศูนย์แห่งชาติเพื่อพัฒนาผู้มีความสามารถพิเศษ สกศ.
ศรีเรือน แก้วกังวาล. (2543). จิตวิทยาเด็กพิเศษแนวคิดสมัยใหม่. กรุงเทพฯ : ภาควิชาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.สถาบันราชานุกูล. วารสารราชานุกูล
สาวิตรี รุญเจริญ. (2549). การจัดการศึกษาสำหรับเด็กออทิสติก. วารสารนวัตกรรมการเรียนการสอน,3(2), 5-11.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. (พิมพ์ครั้งที่ 1.. ed.): กรุงเทพฯ : สำนักงาน.
สำนักพิมพ์เดอะบุคส์ ฝ่ายวิชาการ. (2556). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 : แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2553 (พิมพ์ครั้งที่ 1.. ed.): กรุงเทพฯ : เดอะบุคส์.
สิริรัตน์เรขา, ท. (2548). คู่มือออทิสติก สำหรับผู้ปกครอง. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว: สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต.
สิริรัตน์เรขา, ท. (2550). ศิลปะบำบัด ศาสตร์และศิลป์แห่งการบำบัด. กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว.
สุขิริน เย็นสวัสดิ์. (2548). การศึกษาทักษะการสื่อสารของเด็กออทิสติกจากการสอนโดยใช้ป้ายกระดานสื่อสาร. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
สุรนาท สร้อยจู. (2557). การออกแบบและพัฒนาของเล่นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปะเรื่องเส้น สี รูปร่าง รูปทรง สำหรับเด็กออทิสติก ช่วงอายุ 3-5 ปี. (ปริญญานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต), มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ,
อุทัย ดุลยเกษม. (2555). จากอดีตถึงปัจจุบันทันอนาคตกับศาสตร์ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. In: วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคใต้.
อุมาพร ตรังคสมบัติ. (2545). ช่วยลูกออทิสติก : คู่มือสำหรับพ่อแม่ผู้ไม่ยอมแพ้. กรุงเทพฯ : ศูนย์วิจัยและพัฒนาครอบครัว.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
