ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้สมัครร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง เพื่อใช้แก้วย่อยสลายได้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทนแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง
คำสำคัญ:
กิจกรรมเดินวิ่ง, แก้วย่อยสลายได้, ความเต็มใจที่จะจ่าย, พลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจนี้ใช้เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถาม โดยแจกแบบสอบถามออนไลน์กับกลุ่มตัวอย่างแบบพิจารณาความสะดวกที่เป็นผู้เคยสมัครร่วมกิจกรรมเดิน วิ่งตามสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศไทยมาแล้ว เก็บข้อมูลตั้งแต่เดือน มกราคม – สิงหาคม 2562 มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 458 คน ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเต็มใจที่จะจ่าย (p<0.05) เพื่อใช้แก้วย่อยสลายได้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทนแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งของผู้สมัครร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ได้แก่ ระดับการศึกษา, รายได้เฉลี่ยครัวเรือนต่อเดือน, ความสนใจต่อสิ่งแวดล้อม, การเห็นด้วยว่าปัญหาภาวะโลกร้อนมีอยู่จริงและทวีความรุนแรงสูงขึ้น, ความคิดเห็นว่าสะดวกที่จะพกแก้วน้ำพับได้ส่วนตัวแล้วนำไปเติมน้ำดื่มที่จุดบริการน้ำ, ความคิดเห็นว่าการใช้แก้วย่อยสลายได้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะช่วยลดปัญหาขยะแก้วพลาสติกจากกิจกรรมเดิน วิ่ง ได้, การยินดีที่จะจ่ายค่าสมัครเพิ่มขึ้นสำหรับดูแลสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะในสถานที่จัดกิจกรรม และความคิดเห็นว่าปัญหาขยะที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาร่วมกันของผู้จัด และผู้สมัครร่วมกิจกรรม สำหรับความเต็มใจที่จะจ่ายของผู้สมัครร่วมกิจกรรมเดิน วิ่ง ในการเปลี่ยนจากแก้วพลาสติกใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เป็นแก้วย่อยสลายได้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทน มีผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 419 คน คิดเป็นร้อยละ 91.5 มีผู้ตอบว่ายินดีที่จะจ่ายเงินเพิ่มขึ้น 100 บาท เพื่อเปลี่ยนจากแก้วพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเป็นแก้วย่อยสลายได้ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมแทนในกิจกรรมเดิน วิ่ง จำนวน 152 คน คิดเป็นร้อยละ 33.2 และตอบว่าไม่ยินดีจ่ายจำนวน 267 คน คิดเป็นร้อยละ 58.3 เมื่อวิเคราะห์ด้วยสถิติพรรณนาพบค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย มัธยฐาน และฐานนิยม ดังนี้ กรณีที่ตอบว่ายินดีที่จะจ่าย ได้แก่ 1,000, 100, 248.91, 200 และ 100 บาท ตามลำดับ กรณีที่ตอบว่าไม่ยินดีที่จะจ่าย ได้แก่ 100, 0, 21.82, 10 และ 0 บาท ตามลำดับ
จากผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจให้กับผู้จัดกิจกรรมเดิน วิ่ง ได้พิจารณาหาวิธีการที่จะช่วยแก้ไขปัญหาขยะแก้วพลาสติกที่เกิดขึ้นจากกิจกรรม
เอกสารอ้างอิง
กองสถิติ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า. (2562). ข้อมูลจำนวนผู้สมัครเดิน วิ่ง เขาชะโงกซูเปอร์ฮาล์ฟมาราธอน. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 16 ตุลาคม 2562. จาก http://www.crma.ac.th
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2557). การใช้ SPSS for Windows ในการวิเคราะห์ข้อมูล. พิมพ์ครั้งที่ 14. กรุงเทพฯ: ห้างหุ้นส่วนจำกัด สามลดา.
ขนิษฐา สิงห์อำ และศักรินทร์ นนทพจน์. (2559). ความเต็มใจที่จะจ่ายค่าจัดการขยะมูลฝอยในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติพัทยา 2 อำเภอภูเวียง จังหวัดขอนแก่น. ในเอกสารการประชุมวิชาการนำเสนอผลงานวิจัยระดับบัณฑิตศึกษา “อาเซียน: โอกาสและความท้าทายของบัณฑิตไทย”, ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม, 20 มกราคม พ.ศ. 2559.
จงรักษ์ นิ่มพงษ์ศักดิ์. (2536). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความเต็มใจที่จะจ่ายค่าบริการกำจัดขยะมูลฝอย กรณีศึกษาเทศบาลเมืองอุดรธานี. วิทยานิพนธ์สังคมศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล.
ทศพล สุภารี และโสมสกาว เพชรานนท์. (2548). การประเมินค่าความเต็มใจที่จะจ่ายค่าธรรมเนียมกำจัดมูลฝอยอันตรายจากบ้านเรือนในกรุงเทพมหานคร. วารสารเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม): 35-52.
ทีมข่าวสิ่งแวดล้อม กรีนนิวส์. (2562, 30 เมษายน). ลอนดอนมาราธอนปิ๊งไอเดียแจกแคปซูลน้ำทำจากสาหร่าย หวังลดปริมาณขยะพลาสติก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 3 กันยายน 2562. จาก http://www.greennews.agency/ ?p=18935.
เทียนทิพย์ สกุลวา. (2541). การศึกษาความเต็มใจจ่ายค่าบริการบำบัดน้ำเสียของประชาชนในเขตควบคุมมลพิษเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์.
บุญญฤทธิ์ อุยยนนวาระ. (2562). งานวิ่งเกลื่อนเมือง แต่ทำไมใครๆ ถึงอยากจัด. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 16 ตุลาคม 2562, จาก http://www.positioningmag.com
บุษกร ถาวรประสิทธิ์ และ ศุภวรรณ ฮ่อซี่. (2556). การประเมินมูลค่าความเต็มใจจ่ายค่ากำจัดขยะมูลฝอยจากบ้านเรือน: กรณีศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา. Journal of Multidisciplinary in Social SCIENCES. ปีที่ 9 เล่มที่ 1: 1-16.
ปัญจมา วงษ์พาณิชย์. (2542). การศึกษาความเต็มใจที่จะจ่ายค่าจัดการมูลฝอย กรณีศึกษาจังหวัดนครปฐม.วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตร์มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ปัทมาพร วัดกลาง. (2554). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการจ่ายค่าธรรมเนียมการเก็บขยะมูลฝอยของประชาชนเขตเทศบาลตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา. การค้นคว้าอิสระ สาธารณสุขศาสตร์ มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
มาริสา กาญจนะ. (2548). การประเมินค่าประโยชน์ด้านการลดมลภาวะทางกลิ่นของโรงควบคุมคุณภาพน้ำช่องนนทรี. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.
ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ. (2561). พลาสติกย่อยสลายได้ (Bioplastic). [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 3 กันยายน 2562, จาก https://www.mtec.or.th/bio-plastic/plastics-degradation/degradable -plastic-type.html.
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์. (2562). ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมครัวเรือนไทยปี 2552 – 2560 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ. หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอังคารที่ 3 กันยายน 2562.
สาธิก ธนะทักษ์, นักวิทยาศาสตร์การกีฬา. สืบค้นจาก ข่าวช่อง One, 14 ตุลาคม 2018.
สุนิดา พิริยะภาดา และอุดมศักดิ์ ศีลประชาวงศ์. (2561). มูลค่าความเต็มใจจะจ่ายของนักท่องเที่ยวเพื่อการจัดการแหล่งท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำ กรณีศึกษาเกาะล้าน จังหวัดชลบุรี. วารสารพัฒนาการเศรษฐกิจปริทรรศน์. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2: 81-102.
อารดา ทางตะคุ. (2558) . ความเต็มใจที่จะจ่ายสำหรับซื้อรถยนต์ไฟฟ้า กรณีศึกษาในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์เศรษฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Voice online. (2019, April 29). ลอนดอนมาราธอนต้นแบบงานวิ่งลดขยะพลาสติก. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 16 ตุลาคม 2562, สืบค้นจาก https://voicetv.co.th/read/5hYjLMklq.
Close, DH. (1999). Environmental movements and the emergence of civil society in Greece. Australian Journal of Politics and History. Vol. 38: 234-246.
Ivana Kottasova. (2019). Seaweed pouches will replace thousands of plastic bottles at the London marathon. [online]. Retrieved September 3, 2019, from http://www.edition.cnn.com
Jones, N., Evangelinos, K., Halvadakis, C.P., Iosifides, T., Sophoulis, C.M. (2010). Social factors influencing perceptions and willingness to pay for a market-based policy aiming on solid waste management. Resources, Conservation and Recycling. Vol. 54: 533-540.
Karamichas. (2007). The Impact of the summer 2007 forest fires in Greece: Recent environmental mobilizations, cyber-activism and electoral performance. Journal South European Society and Politics. Vol. 12: 521-533.
Sam Murphy. (2012). How much water should you drink during a marathon? [online]. Retrieved September 3, 2019, from http://www.theguardian.comlifeandstyle/2010/ apr/18/ how-much-water-drink-marathon
William G. Cochran. (1955). Sampling techniques (3th Edition). John Wiley & Sons.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
