การบริหารการปฏิบัติงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6
คำสำคัญ:
การบริหารการปฏิบัติงาน, ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง, กองบังคับการตรวจคนเข้าเมืองบทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา (1) เพื่อศึกษาการบริหารการปฏิบัติงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 (2) เพื่อศึกษาพฤติกรรมการให้บริการของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 (3. เพื่อเปรียบเทียบปัจจัยที่มีผลต่อการบริหารการปฏิบัติงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 แบบของการวิจัยและพัฒนา โดยการผสมผสานวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและวิธีวิจัยเชิงปริมาณ ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพเป็นหลักการ วิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญคือข้าราชการตำรวจระดับสารวัตรและ รองสรวัตร จำนวน 30คน กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยเชิงปริมาณคือ ข้าราชการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 6 จำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ ร้อยละ ความถี่ ค่าพิสัย ค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบสมมติฐาน โดยมีสถิติที่ใช้ ได้แก่ t – test, F – test และการวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ Pearson’s product correlation วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษาพบว่า (ให้ตอบวัตถุประสงค์ในแต่ละข้อ)
ผลการวิจัยพบว่า (1) การบริหารการปฏิบัติงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ด้านการบริหาร ด้านการอำนวยความยุติธรรม ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในราชอาณาจักร ด้านการรองรับประชาคมอาเซียน ด้านการบริการคนเข้าเมือง และด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม มีการบริหารการปฏิบัติงานอยู่ในระดับมากในทุกด้าน (2)พฤติกรรมการให้บริการของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ด้านความรับผิดชอบต่อหน้าที่ด้านกระบวนการให้บริการ และด้านสภาพแวดล้อมของการบริการ มีพฤติกรรมการให้บริการอยู่ในระดับมากในทุกด้าน (3)ปัจจัยส่วนบุคคล ด้านเพศ ไม่ส่งผลต่อการบริหารการปฏิบัติงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 ส่วนปัจจัยส่วนบุคคล ด้านอายุ ส่งผลต่อการบริหารจัดการการปฏิบัติงาน ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในราชอาณาจักร แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ปัจจัยส่วนบุคคล ด้านระดับการศึกษา ส่งผลต่อการบริหารการปฏิบัติงานด้านการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ด้านการบริการคนเข้าเมือง และด้านการอำนวยความยุติธรรม แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และปัจจัยส่วนบุคคลด้านอายุราชการส่งผลต่อการบริหารการปฏิบัติงาน ด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในราชอาณาจักร และด้านการบริหารแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (4) พฤติกรรมการให้บริการ ด้านความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ด้านกระบวนการให้บริการ และด้านสภาพแวดล้อมของการบริการกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการบริหารการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์กันในระดับต่ำมาก ทุกด้าน
เอกสารอ้างอิง
กรรณิการ์ สุวรรณศรี.(2559).การบริหารทรัพยากรมนุษย์. [ออนไลน์], แหล่งที่มา http://pws.npru.ac.th/kannika/data/file/กมลพร กัลยาณมิตร.(2559).แรงจูงใจ 2 ปัจจัย
พลังสู่ความสำเร็จ.วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 6(3),175-183. (กมล
ลักษณ์ ยินดียม.(2554).ประสิทธิผลการบริหารองค์การตามหลักการบริหารจัดการที่ดี : กรณีศึกษาเทศบาลตาบลในพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา. ดุษฎีนิพนธ์บัณฑิต,มหาวิทยาลัยปทุมธานี.
กาญจนา แก้วเทพ.(2552).สื่อเล็กๆ ที่น่าใช้ในงานพัฒนา. กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
กาญจน์ เรืองมนตรี.(2543). เอกสารประกอบการบรรยาย.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
กฤษกร พลีธญั ญวงศ์.(2554). รูปแบบสมรรถนะการบริหารของผู้กำกับการในสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์) มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย, ปทุมธานี.
กันตยา เพิ่มผล.(2541). การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน. กรุงเทพฯ:
สถาบันราชภัฏสวนดุสิต.(2550). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความคาดหวังและความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง.
กรุงเทพมหานคร:สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ.กิ่งพร ทองใบ.(2553). แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการเชิงกลยุทธ์” ในเอกสารการสอนชุดวิชา องค์การและการจัดการและการจัดการ เชิงกลยุทธ์ หน่วยที่ 9 นนทบุรี โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
กิ่งพร ทองใบ. (2543). การจัดองค์การและทรัพยากรมนุษย์.นนทบุรี.มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2021 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
