แนวทางการการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่
คำสำคัญ:
แนวทางการบริหารจัดการ, การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม, แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ และ 2) เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ผู้บริหารอำนวยการโรงเรียนกีฬา สังกัดมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ ผู้บริหารโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 7 คน ผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และชมรมผู้ปกครองของโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 55 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 62 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามสภาพการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม และ 2) แบบสัมภาษณ์แบบเป็นทางการและมีโครงสร้างที่มุ่งศึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมของโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1. สภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ตามความคิดเห็นของผู้บริหาร ครู บุคลากรทางการศึกษา และชมรมผู้ปกครองของโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยรวมอยู่ในระดับมาก (𝜇 = 3.92,𝜎 = 0.03) 2. แนวทางการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย 6 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการมีส่วนร่วมในการตั้งเป้าหมาย 2) ด้านความยึดมั่นผูกพันในโรงเรียน 3) ด้านการไว้วางใจซึ่งกัน 4) ด้านการกระจายอำนาจการบริหารและการให้อำนาจในการตัดสินใจ 5) ด้านความเป็นอิสระต่อความรับผิดชอบในงานของตนเองและ 6) ด้านการมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจ
เอกสารอ้างอิง
โกศล เย็นสุขใจชน. (2565). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูใน สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10. วารสารวิชาการ ครุศาสตร์สวนสุนันทา 6 (2) : 62 -70. คมสัน แข็งแอ. (2562). แนวทางการพัฒนาการบริหารแบบมีส่วนร่วมของผู้บริหารในโรงเรียนสังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์. ฉบับเสริม : 181-195. โครงการจัดตั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดเชียงใหม่. (2565). รายงานผลการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา (SAR) ประจำปีการศึกษา 2565. [ออนไลน์] สืบค้นเมื่อ 23 พฤษภาคม 2567 https://www.cmiss.ac.th. ทับทิม แสงอินทร์. (2559). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนสรวงสุทธาวิทยาจังหวัดสุพรรณบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญา ภาควิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. นิสราพร แช่มชูงาม. (2561). การบริหารแบบมีส่วนร่วมกับคุณภาพชีวิตการทำงานของครูใน สถานศึกษา สังกัดเทศบาลกลุ่มการศึกษาท้องถิ่นที่ 4. วิทยานิพนธ์ปริญญา ภาควิชาการบริหาร การศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร. บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาสน์. ปาริชาต สุนทร. (2560). ได้ศึกษาการบริหารงานวิชาการแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 4. วิทยานิพนธ์ปริญญา สาขาการจัด การศึกษาวิทยาลัยครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. ราม เรือนทองดี. (2564). รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของครูที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของ สถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. วิทยานิพนธ์ปริญญา สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา. หทัยทิพย์ วงค์มามี. (2564). การพัฒนาทีมงานของผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองปรือ สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3. วารสารบัณฑิตศึกษา 6 (1) : 34-47. อมรภัค ปิ่นกำลัง. (2562). การบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเรียนรวมสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม. วิทยานิพนธ์ปริญญา ภาควิชาการบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร Swansburg, R.M, (1996). Management and leadership for nurse managers. London: Jones and Bartlett. Berkey, G.E. (1975). The Craft of Public Administration. Allyn and Bacon.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
