กลยุทธ์และปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของ มหาวิทยาลัยเอกชน ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
คำสำคัญ:
กลยุทธ์การแข่งขัน , การจัดการสมัยใหม่ , คุณภาพของการให้บริการ, การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน, ผู้บริหารมหาวิทยาลัยเอกชนบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของกลยุทธ์การแข่งขัน การจัดการสมัยใหม่คุณภาพการให้บริการต่อผลการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้ คือ บุคลากรในมหาวิทยาลัยเอกชนที่และบุคลากรทางการศึกษาฝ่ายบริหารในมหาวิทยาลัยเอกชนการวิจัยเชิงปริมาณ คือ นักศึกษาที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยเอกชน จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่จะตอบแบบสอบถาม
ผลการวิจัยพบว่า ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามเพศเป็นชาย ระดับกลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างคณะอาจารย์ไทยและอาจารย์ต่างชาติมีคุณวุฒิที่มีความรู้มีประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญเฉพาสาขานั้นๆค่าเฉลี่ยสูงสุด กลยุทธ์ต้นทุนต่ำ ระบบกู้ยืมเพื่อการศึกษา ระบบผ่อนชำระค่าเฉลี่ยสูงสุด กลยุทธ์เน้นเฉพาะกลุ่ม การจัดการสภาพแวะล้อมภายในมหาวิทยาลัยค่าเฉลี่ยสูงสุด กลยุทธ์บูรณาการ อาจารย์ผู้สอนคอยสนับสนุนและคอยช่วยเหลือด้านการเรียนใหการจัดการสมัยใหม่ ด้านการวางแผน การจัดการเรียนการสอนส่งผลต่อการสมัครเข้าศึกษาต่อ ระดับความได้เปรียบเชิงการแข่งขันของมหาวิทยาลัยเอกชนด้านกลยุทธ์การแข่งขัน โดยกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมากถึง 0.87การสร้างความแตกต่างด้านหลักสูตร คุณภาพด้านการสอนและสิ่งอำนวยความสะดวก การสร้างความเป็นเอกลักษณ์ที่เป็นของตนเอง ด้านการจัดการสมัยใหม่ โดยด้านการบังคับชาและการประสานงานมีน้ำหนักองค์ประกอบสูงสุด 0.86 แสดงโครงสร้างการบริหารและระบบการบริหารงานที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ แม่นยำในการให้ข้อมูลที่รวดเร็วแก่นักศึกษาและผู้บริหาร 0.90 คุณภาพของการให้บริการโดยการตอบสนองตรงต่อความต้องการรวมถึงให้ความสำคัญต่อนักศึกษา
เอกสารอ้างอิง
Henseler, J., Ringle, C. M., & Sarstedt, M. (2015). A new criterion for assessing discriminant validity in variance-based structural equation modeling. Journal of the Academy of Marketing Science, 43(1), 115–135.
Hu, L. T., & Bentler, P. M. (1999). Cutoff criteria for fit indexes in covariance structure analysis: Conventional criteria versus new alternatives. Structural Equation Modeling: A Multidisciplinary Journal, 6(1), 1-55.
Insee, N., & Suttipun, M. (2023). Spending advantage and firm performance in Thailand: An empirical study of listed firms. Asian Journal of Business Research, 13(2), 36-48.
Kingoo, R. N. (2014). Determinants of competitive advantage among private universities in Kenya (Ph.D.). St. Paul's University. https://ir-library.ku.ac.ke/handle/123456789/10159
Kitcharoen, K. (2004). The importance-performance analysis of service quality in administrative departments of private universities. ABAC Journal, 24(3), 20-46.
Kotler, P. (1995). Marketing management. Englewood Cliffs: Prentice Hall. Meyer Research Center by POPAL.
Kotler, P. (1999). Marketing management (9th ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
Kotler, P. (2003). Marketing management (10th ed.). New Jersey: Prentice-Hall Inc.
Kroll, M. (1999). The contribution of product quality to competitive advantage: Impacts on systematic variance and unexplained variance in returns. Strategic Management Journal.
Lisnawati, T., & Gunarto, H. (2021). The influence of uniqueness resources and competitive advantage towards business performance of SMEs. International Journal of Business, Economics and Law, 24(4), 45-57.
Lovelock, C. H., & Wirtz, J. (2004). Services marketing: People, technology, strategy. Upper Saddle River, N.J.: Pearson/Prentice Hall.
Nunnally, J. C., & Bernstein, I. H. (1994). Psychometric theory (3rd ed.). McGraw-Hill.
Plungpongpan, J., Tiangsoongnern, L., & Speece, M. (2015). University social responsibility and brand image of private universities in Bangkok. International Journal of Business and Management, 10(4), 1-8.
Reimann, B. C., & Reichert, A. (1996). Portfolio planning methods for strategic capital allocation: A survey of Fortune 500 firms. International Journal of Management (March).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
