การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบาย ด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านการมีงานทำ – มีอาชีพให้แก่ผู้เรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1
คำสำคัญ:
การพัฒนารูปแบบการบริหาร, การบริหารแบบมีส่วนร่วม, สร้างอาชีพและการมีงานทำบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านการมีงานทำและอาชีพให้แก่ผู้เรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ คือ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน บริบท ความพร้อม และระดับความต้องการมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านการมีงานทำ - มีอาชีพให้แก่ผู้เรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 2) เพื่อพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านการมีงานทำ - มีอาชีพให้แก่ผู้เรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านการมีงานทำ - มีอาชีพให้แก่ผู้เรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1และ 4) เพื่อประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านการมีงานทำ - มีอาชีพให้แก่ผู้เรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 ในครั้งนี้ เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) วิธีดำเนินการวิจัย แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน บริบท ความพร้อม และระดับความต้องการมีส่วนร่วม ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำ ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำ ขั้นตอนที่ 4 การประเมินการทดลองใช้รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม ผลการวิจัย พบว่า1. สภาพปัจจุบัน บริบท และระดับความพร้อม ของการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 การมีงานทำ – มีอาชีพของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 โดยภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก
2. รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านการมีงานทำ – มีอาชีพให้แก่ผู้เรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 เรียกชื่อย่อว่า “ PO - KITDEE Model” ประกอบด้วย 8 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 Principle (หลักการของรูปแบบ) องค์ประกอบที่ 2 Objective (วัตถุประสงค์ของรูปแบบ) องค์ประกอบที่ 3 Knowledge (องค์ความรู้) องค์ประกอบที่ 4 Integration (การบูรณาการ) องค์ประกอบที่ 5 Teamwork (คณะทำงาน) องค์ประกอบที่ 6 Design and Development องค์ประกอบที่ 7 Ecommerce (การตลาดดิจิทัล) และ องค์ประกอบที่ 8 Evaluation (การประเมินผล) มีความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านการมีงานทำ - มีอาชีพให้แก่ผู้เรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 พบว่า ผลการประเมินคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผลิตภัณฑ์ยาดมสมุนไพร ของนักเรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง จากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และกลุ่มผู้บริโภค โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
4. ผลกานประเมินผลการทดลองใช้รูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อมุ่งสร้างอาชีพและการมีงานทำตามพระบรมราโชบายด้านการศึกษาในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้านการมีงานทำ - มีอาชีพให้แก่ผู้เรียนโรงเรียนบ้านห้วยบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 1 พบว่า ผู้นำชุมชน ผู้บริหาร /คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ครูผู้สอน นักเรียน และผู้ปกครองนักเรียน มีระดับการมีส่วนร่วม โดยภาพรวม และรายด้านสูงกว่าก่อนเข้าร่วมการทดลองใช้รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
เอกสารอ้างอิง
ณรงค์ อภัยใจ. (2560). รูปแบบการบริหารจัดการศึกษาเพื่อส่งเสริมอาชีพสำหรับเด็กด้อยโอกาสโรงเรียนในโครงการพระราชดำริ.
ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต. สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่.
ดารุณี เดชยศดี. (2562). การพัฒนารูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของภูมิปัญญาท้องถิ่นในการจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมทักษะชีวิต
และอาชีพของผู้เรียนในสถานศึกษา สังกัดกลุ่มการศึกษาท้องถิ่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ.ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต. สาขาการบริหารการศึกษา มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2553). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพฯ: บิสซิเนสอาร์แอนด์ดี.
ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างเพื่อการวิจัย. ศูนย์บริการวิชาการ: สถาบันส่งเสริมการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม.
นงนุช ชมพูเทพ. (2560). รูปแบบการบริหารเพื่อส่งเสริมอาชีพของนักเรียนในโรงเรียนขยายโอกาสที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูงและทุรกันดารในเขตภาคเหนือด้านตะวันตก. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ปิยะ สุดิสุสดี. (2562). ยุทธศาสตร์การบริหารหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมอาชีพและการมีงานทำในโรงเรียนขยายโอกาส
ทางการศึกษา ตามแนวตะเข็บชายแดนจังหวัดเชียงราย. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์.
ภิญญาพัชร์ โทธรรม. (2566).รูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุมชนเป็นฐานเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพท้องถิ่นของนักเรียน
โรงเรียนยางชุมวิทยา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาประจวบคีรีขันธ์.ปริญญานิพนธ์มหาบัณฑิต.
สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎเพชรบุรี.
ศุภโชค ปิยะสันติ์. 2558. รูปแบบการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกอบอาชีพสำหรับโรงเรียนในพื้นที่สูงและถิ่นทุรกันดาร
บทเรียนจากโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี.วารสารการวิจัยกาสะลองคำ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย. ปีที่ 9 (ฉบับที่ 2) : 175-189.
สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์.(2564). “แนวทางการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนากำลังคนในศตวรรษที่ 21”.ครุสภาวิทยาจารย์ JOURNAL
OF TEACHER PROFESSIONAL DEVELOPMENT. ปีที่ 2 (ฉบับที่ 1) : 1-15.
สุวิชญา ชินธนาชูกิจ. (2563).กลยุทธ์การพัฒนาการจัดการศึกษาเพื่อการมีงานทำ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ สังกัดสำนัก
บริหารงานการศึกษาพิเศษ. (ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต). พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.
เสกสรร สวนสำราญ. (2567).รูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาในการจัดการแหล่งเรียนรู้ตาม
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในโรงเรียนขนาดเล็กสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
สมุทรสงคราม. (ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยนอร์ท กรุงเทพ.
สำนักงานเลขาธิการสภา. (2562). การศึกษาแนวโน้มความต้องการกำลังคนโดยยึดพื้นที่เป็นฐาน.กรุงเทพฯ: พริกหวานกราฟฟิค จำกัด.
หทัยชนก พรรคเจริญ และคณะ. (2561).เทคนิคการสุ่มตัวอย่างและการประมาณค่า. กรุงเทพมหานคร: กลุ่มระเบียบวิธีสถิติ สำนักนโยบายและวิชาสถิติ สำนักงานสถิติ แห่งชาติ.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
