กระบวนการสร้างสรรค์ตราสินค้า อินทราเซรามิก และการรับรู้ตราสินค้าของผู้บริโภค
คำสำคัญ:
การสร้างสรรค์, ตราสินค้า, การรับรู้บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอิทธิพลของการสร้างตราสินค้าและการสื่อสารการตลาดต่อระดับความตระหนักในตราสินค้าของผู้บริโภคอินทราเซรามิก 2) ศึกษาอิทธิพลของการสร้างตราสินค้าและการสื่อสารการตลาดต่อระดับความเชื่อมโยงในตราสินค้าของผู้บริโภคอินทราเซรามิก 3) ศึกษาอิทธิพลของการสร้างตราสินค้าและการสื่อสารการตลาดต่อระดับการรับรู้คุณภาพในตราสินค้าของผู้บริโภคอินทราเซรามิก 4) ศึกษาอิทธิพลของการสร้างตราสินค้าและการสื่อสารการตลาดต่อระดับความภักดีต่อตราสินค้าของผู้บริโภคอินทราเซรามิก เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นจากกรอบแนวคิดจากการศึกษาแนวคิดทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การวิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า การประเมินกระบวนการสร้างตราสินค้าและการรับรู้ตราสินค้าอยู่ในระดับสูง (x̄ = 3.98, S.D. = 0.46) ทั้งสองปัจจัยหลักคือ การสร้างตราสินค้า (Brand Creation) และการสื่อสารการตลาด (Marketing Communication) มีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) ต่อการรับรู้ตราสินค้าใน 4 มิติ ได้แก่ การตระหนักรู้ในตราสินค้า การรับรู้คุณภาพ การเชื่อมโยงตราสินค้า และความภักดีต่อตราสินค้า โดยทั้งสองปัจจัยมีอิทธิพลต่อความภักดีต่อตราสินค้าในระดับใกล้เคียงกัน (β = 0.422 และ 0.419 ตามลำดับ)
เอกสารอ้างอิง
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2560). สถิติสำหรับงานวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 12). สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชชัญา สกุณา และอุไรภรณ์ ห่อจินดาภิญโญ. (2562). การรับรู้คุณค่าตราสินค้า และทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อการสื่อสารการตลาดของตราสินค้า UNIQLO.
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ชวัลรัตน์ บัวคำป้อ. (2563). การกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ W.G. Cochran. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ณัฐดนัย สาทสนิท. (2565). การตลาดแบบเล่าเรื่อง การรับรู้คุณค่าตราสินค้า และการตัดสินใจซื้อสินค้าธุรกิจเพื่อสังคม: กรณีศึกษาตราสินค้าดอยคำ. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นุสรา แสงอร่าม, วีรพร สุพจน์ธรรมจารี, วิจิตรา แซ่ตั้ง, ชิดชนก วงศ์เครือ, และกัญญารัตน์ ไชย
สงคราม. (2566). แนวทางการทำการตลาดเพื่อสร้างคุณค่าและยกระดับผลิตภัณฑ์เซรามิกของผู้ประกอบการระดับครัวเรือนจังหวัดลำปาง. มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง.
บุญชม ศรีสะอาด. (2554). หลักการวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่9. กรุงเทพฯ : สุวิริยาสาส์น.
สำนักงานจังหวัดลำปาง. (2562). แผนพัฒนาจังหวัดลำปาง 4 ปี (พ.ศ.2561-2564) ฉบับ ทบทวน พ.ศ.2562. http://lampang.dusit.ac.th/lampanglearningcity/wp-content/uploads/2022/02/แผน-61-64-ทบทวน-62.pdf
Aaker, D. A. (1991). Managing brand equity: Capitalizing on the value of a brand name. Free Press.
Creative Economy Agency [CEA]. (2022). Crafts Strategy Final Report. TCDC. https://article.tcdc.or.th/uploads/media/2022/6/1/media_1-CEA-Crafts-Strategy-Final-Report.pdf
De Chernatony, L. (2001). From brand vision to brand evaluation: Strategically building and sustaining brands. Butterworth-Heinemann.
Fog et al. (2010). The Four Elements of Storytelling. In: Storytelling. Springer, Berlin, Heidelberg.
Kapferer, J. N. (2004). Executive insights: real differences between local and international brands: strategic implications for international marketers.
Journal of international marketing, 12(4), 97-112.
Keller, K. L. (2013). Strategic brand management: Building, measuring, and managing brand equity (4th ed.). Pearson.
Kotler, P., & Keller, K. L. (2016). Marketing management (15th ed.). Pearson.
Schultz, D. E. (2004). Building an internal marketing management calculus. Interactive marketing, 6, 111-129.
Throsby, D. (2010). The economics of cultural policy. Cambridge University Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
