แนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
คำสำคัญ:
การพัฒนาคุณภาพผู้เรียน, การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนบทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้ใช้การศึกษาโดยการศึกษาจากเอกสาร งานวิจัย บทความทั้งไทยและต่างประเทศ ใช้การวิเคราะห์สังเคราะห์ นำเสนอแบบเชิงพรรณนา การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนในระบบการศึกษา การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจึงมีความสำคัญเพื่อเสริมสร้างทักษะและความรู้ที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
บทความวิชานี้ได้นำเสนอแนวทางการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่เน้นการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น กิจกรรมในชั้นเรียนและเสริมในกิจกรรม การเรียนการสอน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน กิจกรรมตามโครงการของโรงเรียน และกิจกรรมเสริมและสนับสนุนจากบุคคลและหน่วยงาน กระบวนการและเทคนิควิธีการที่นำมาจัดกิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมีความหลากหลาย ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นในการประสบความสำเร็จในด้านการศึกษาและการใช้ชีวิตในอนาคต โดยเน้นการสร้างแรงจูงใจและการมีส่วนร่วมของผู้เรียนในการเรียนรู้ ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียนจะต้องคำนึงถึงความหลากหลายของผู้เรียนและสนับสนุนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นในทุกด้าน ส่วนแนวคิดหลักการในการจัดกิจกรรมเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนครูต้องวางแผนอย่างเป็นระบบเชื่อมประสานกับนักเรียน ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งภายในโรงเรียนและนอกโรงเรียนต้องทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ จะทำให้เป้าหมายที่กำหนดไว้นั้นจะสำเร็จได้ด้วยความตั้งใจ
เอกสารอ้างอิง
จันทนา นนทิกร. (2552). เอกสารการสังเคราะห์วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ ระบบเรียนรู้ : การยกระดับ
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. กรุงเทพฯ: โครงการพัฒนาโรงเรียนเข้มแข็งด้วยการจัดการความรู้
(Healthy School by Knowledge Management) มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้
(มสวร.).
จารุวรรณ ภูละคร. (2556).การนิเทศเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้น” ในเอกสารสรุป
สาระสำคัญผลงานที่ผ่านเกณฑ์วิธีปฏิบัติที่ดี ปี 2555 - 2556. กรุงเทพฯ: ศูนย์พัฒนา
การนิเทศและเร่งรัดคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน.
นวลจิตต์ เชาวกีรติพงศ์. (2560). ผลการใช้กิจกรรมการเรียนการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (7E)
เรื่อง สารในชีวิตประจำวันที่มีต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และ
ความสามารถในการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่ม
โรงเรียนบึงกอก-หนองกุลา จังหวัดพิษณุโลก. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
นิภาภรณ์ วงศ์สวัสดิ์. (2563). พฤติกรรมการบริหารของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริม
การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษาประถมศึกษาประจวบคีรีขันธ์ เขต 1. การศึกษาค้นคว้าอิสระ
ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
ประภาภรณ์ วงค์แพทย์. (2558). ยุทธศาสตร์ด้านกระบวนการจัดการเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทาง
การเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชา
การบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยพะเยา.
รวิชญุฒม์ ทองแม้น. (2554). รายงานวิจัยเรื่องกระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ของโรงเรียนแกนนำยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33.
สุรินทร์: กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
มัธยมศึกษา เขต 33.
พระณัฐวุฒิ อคฺควฑฺฒโน. (2564). การวิเคราะห์องค์ประกอบของปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา. วารสารบวรสหการศึกษาและมนุษยสังคมศาสตร์.
(2) : 56-65.
ระวีวรรณ เกตุมะ. (2564). การบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การประเมินคุณภาพผู้เรียน
ด้านคณิตศาสตร์ (NT) ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 3. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาหลักสูตรการศึกษา มหาบัณฑิตมหาวิทยาลัยนเรศวร.
สมาน อัศวภูมิ. (2550). การบริหารการศึกษาสมัยใหม่ : แนวคิดทฤษฎีและการปฏิบัติ. พิมพ์ครั้งที่ 4.
อุบลราชธานี: อุบลกิจออฟเซทการพิมพ์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2549). รายงานการสังเคราะห์แนวคิดและวิธีจัด
การเรียนการสอนที่สงเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์กลุมสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์.
กรุงเทพฯ: คุรุสภาลาดพราว.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
