แนวทางการพัฒนาสวัสดิการผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลแคมป์สนอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
คำสำคัญ:
ผู้สูงอายุ, สวัสดิการผู้สูงอายุ, การพัฒนาบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษาเรื่อง แนวทางการพัฒนาสวัสดิการผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรู้และทัศนคติของผู้สูงอายุต่อการจัดสวัสดิการในเขตเทศบาลตำบลแคมป์สน และเพื่อเสนอแนะแนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การศึกษาครั้งนี้เป็นการใช้วิธีศึกษาข้อมูลโดยใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่อาศัยอยู่ในที่อาศัยในเขตเทศบาลตำบลแคมป์สนอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 23 คน และกลุ่มที่ 2 ผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลแคมป์สน 14 หมู่บ้าน จำนวน 58 คน จากการสุ่มแบบเจาะจง โดยใช้วิธีการสนทนากลุ่ม เครื่องมือที่ใช้เก็บข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง
จากการศึกษาพบว่า ว่า การดำเนินงานด้านสวัสดิการผู้สูงอายุของเทศบาลมีลักษณะก้าวหน้าในบางมิติ แต่ยังคงมีข้อจำกัดที่สำคัญในหลายด้าน โดยเฉพาะด้านงบประมาณ บุคลากร และการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน เทศบาลตำบลแคมป์สนได้ดำเนินงานในหลายกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ เช่น โครงการโรงเรียนผู้สูงอายุ การให้บริการด้านสุขภาพผ่านความร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) การจัดกิจกรรมนันทนาการและกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพจิต รวมทั้งการจ่ายเบี้ยยังชีพตามสิทธิตามกฎหมาย นอกจากนี้เทศบาลยังมีการประสานงานกับผู้นำชุมชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เพื่อให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร และติดตามสุขภาพผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง
ผู้สูงอายุในพื้นที่ส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อบริการสวัสดิการที่ได้รับในระดับค่อนข้างสูงโดยเฉพาะในด้านการรักษาพยาบาล การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม และการได้รับข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นอย่างไรก็ตาม ยังมีบางส่วนที่พบว่าการเข้าถึงสวัสดิการไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเกิดจากปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและการสื่อสารภายในชุมชน
ด้านข้อจำกัดในการดำเนินงาน พบว่าเทศบาลยังประสบปัญหาด้านการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอ บุคลากรผู้ปฏิบัติงานขาดความรู้เฉพาะทางด้านการดูแลผู้สูงอายุ และเครื่องมือสนับสนุนต่าง ๆยังมีไม่ครบถ้วน นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนยังไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร ส่งผลให้ผู้สูงอายุบางกลุ่มตกหล่นจากระบบการดูแล
ในด้านแนวทางการพัฒนา พบว่าเทศบาลมีความพยายามในการปรับปรุงระบบการจัดสวัสดิการโดยเน้นการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัครและการสร้างเครือข่ายการดูแลผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุได้อย่างยั่งยืน
ข้อเสนอแนะในครั้งต่อไปในการศึกษาเพื่อการพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุในระดับเทศบาล ด้านนโยบาย เทศบาลควรกำหนดนโยบายเฉพาะด้านที่มุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข การศึกษา และการพัฒนาสังคม เพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่สอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การจัดตั้ง “ศูนย์บริการผู้สูงอายุแบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service)” ในระดับตำบล จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต และข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ด้านการบริหารจัดการ เทศบาลควรส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นในการดูแลผู้สูงอายุอย่างเหมาะสม รวมถึงการจัดให้มีการฝึกอบรมแก่ครอบครัวและสมาชิกในชุมชน เพื่อสร้างความรู้และความตระหนักในการดูแลผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้เกิดการพึ่งพาตนเองในระดับครัวเรือนและชุมชน ด้านการปฏิบัติควรส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการให้บริการผู้สูงอายุ เช่น การจัดทำฐานข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่ การแจ้งเตือนนัดหมายด้านสุขภาพผ่านแอปพลิเคชัน และการสื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสวัสดิการนอกจากนี้ ควรมีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างหลากหลาย โดยให้สอดคล้องกับความต้องการและความสนใจของผู้สูงอายุในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีส่วนร่วมในสังคมอย่างต่อเนื่องและในการศึกษาในอนาคต ควรมีการศึกษาเชิงลึกในประเด็นเฉพาะเกี่ยวกับผู้สูงอายุ เช่น การดูแลผู้สูงอายุที่อยู่ตามลำพัง หรือผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง เพื่อออกแบบรูปแบบการให้บริการที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย อันจะนำไปสู่การพัฒนานโยบายและแนวทางการดำเนินงานที่ตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของผู้สูงอายุในแต่ละบริบทได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เอกสารอ้างอิง
กรมประชาสงเคราะห์กองการสังคมสงเคราะห์เอกชน. (2563). ทำเนียบองค์การแหล่งเงินทุนเพื่อการพัฒนาสังคม. กรุงเทพฯ : กรมประชาสงเคราะห์.
กำพล กล่าสีทอง. (2564). การศึกษาความต้องการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในเขตเทศบาล ตำบลสีเทา อำเภอสีเทา จังหวัดตรัง. วิทยานิพนธ์ปริญญาโท.
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลลงกรณ์.
ศศิวิมล กองทรัพย์เจริญ. (2563). ความต้องการสวัสดิการสังคมของผู้สูงอายุในเขตตำบลตาสิทธิ์ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา.
สมพร แสนเหวิม. (2559). การเตรียมความพร้อมกับสังคมผู้สูงอายุในอีก 5 ปีข้างหน้าของเทศบาล ตำบลสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. ในการประชุมวิชาการระดับชาติ
ด้านการบริหารกิจการสาธารณะ ครั้งที่ 2 ชุมชนท้องถิ่น : พลังแห่งการปฏิรูปประเทศไทย.
ขอนแก่น: วิทยาลัยปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
Maslow, A. H. (1970). New introduction: Religions, values, and peak-experiences. Journal of Transpersonal Psychology, 2(2), 83-90.
Samuelson, F. (1917).“The Deterioration of Turbine Blading”. Journal of the American Society for Naval Engineers, 29: 560–562.
Turner, J. (1974). Double-diffusive phenomena. Annual review of fluid mechanics,
(1), 37-54.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค และคณาจารย์ท่านอื่นๆในสถาบันฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
