บทบาทของภาครัฐในการจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาบทบาทของภาครัฐระดับท้องถิ่นในการจัดการและส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง อำเภอห้วยยอดจังหวัดตรัง โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลแบบเจาะจง โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้างและการสนทนากลุ่มเป็นเครื่องมือหลัก พร้อมการบันทึกเสียงและบันทึกภาคสนามเพื่อความครบถ้วนของข้อมูล ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์ด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา โดยถอดความและจัดหมวดหมู่ประเด็นตามธีมหลัก เพื่อสกัดสาระสำคัญเกี่ยวกับบทบาทของภาครัฐในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อผู้สูงอายุในสถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง จังหวัดตรัง ตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือของข้อมูลผ่านวิธีการตรวจสอบแบบสามเส้า (Triangulation) ทั้งในด้านเนื้อหาและวิธีการเก็บข้อมูล โดยเปรียบเทียบข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และเอกสารวิชาการที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่ได้ถูกถอดความเป็นข้อความและวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่สอดคล้อง ครบถ้วน และลดอคติในการนำเสนอผลการศึกษา ทั้งนี้ข้อมูลมีลักษณะอิ่มตัวก่อนการวิเคราะห์เพื่อยืนยันความเชื่อมั่นของผลการวิจัย ซึ่งใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพซึ่งเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 5 ท่าน ได้แก่ ผู้บริหารท้องถิ่นและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และการสนทนากลุ่มกับผู้สูงอายุ จำนวน 10 ท่าน รวมทั้งสิ้น 15 ท่าน ผลการวิจัยพบว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรังมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย จัดสรรงบประมาณ และสนับสนุนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมทั้งด้านกายภาพ จิตใจและสังคม เช่น การปรับปรุงอาคารและพื้นที่ในการใช้สอยให้ปลอดภัยและสะดวกสบาย การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายใจและการสร้างโอกาสให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมกับชุมชนภายใต้การสนับสนุนเชิงนโยบายและงบประมาณอย่างต่อเนื่อง บทสรุปชี้ให้เห็นว่าการจัดการภาครัฐที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ยังเป็นต้นแบบในการพัฒนานโยบายและแนวทางการดูแลผู้สูงอายุในระดับชาติอันจะนำไปสู่การสร้างสังคมที่เป็นมิตรและยั่งยืนต่อทุกช่วงวัย
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารออนไลน์เล่มนี้เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารวาระการเมืองและสังคม ความคิดเห็นและข้อถกเถียงที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียน บรรณาธิการวารสารฯ ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับความคิดเห็นของผู้เขียนและไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยกับความคิดเห็นของผู้เขียน
เอกสารอ้างอิง
ภาษาไทย
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2564). แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2566–2580). กรุงเทพฯ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2565). สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง. กรุงเทพฯ: กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2566). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2566. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
กรมประชาสัมพันธ์. (2566). พช.ตรัง ร่วมมอบรางวัลสถานที่ชีวาภิบาลต้นแบบ. สถานชีวาภิบาลจังหวัดตรัง.
กุลธิดา กุลประทีปัญญา. (2563). สถานการณ์ภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุในสังคมไทย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น, 17(2), 581–595.
คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ. (2566). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2566. สืบค้นจากhttps://www.dop.go.th
ทิพย์วารี พาณิชย์กุล. (2565). แนวทางพัฒนาสถานสงเคราะห์คนชราในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อรองรับสังคมสูงอายุของประเทศไทย. [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์].
ผู้จัดการออนไลน์. (2565). สะท้อนใจ! วอนลูกหลานมาเยี่ยมผู้สูงอายุบ้าง ที่สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง. สืบค้นจาก
https://mgronline.com/south/detail/9650000084454
พระราชกิจจานุเบกษา. (2546). พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา.
สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง. (2568). ที่มาและความสำคัญของสถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง. องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง. สืบค้นจาก https://trangpao.go.th/news/detail/16661
สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. (2563). ข้อเสนอเชิงนโยบายการดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว. สำนักกรรมการสุขภาพแห่งชาติ. สืบค้นจาก
https://old.nationalhealth.or.th/sites/default/files/upload_files/Report_NHCO_2563_re.pdf
สำนักบริหารการทะเบียน. (2568). สถิติประชากรผู้สูงอายุตามทะเบียนราษฎร ปี 2568. สำนักงานสถิติแห่งชาติ.
สำนักอนามัยผู้สูงอายุ. (2568). การจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ. สำนักงานจัดการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
สำเนียง มณีรัตน์. (2564). การดูแลผู้สูงอายุไทยในสังคมสูงวัย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข. (2563). แนวทางการจัดบริการสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุในระดับพื้นที่. สำนักพิมพ์สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข.
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดตรัง. (2563). โครงการพัฒนาสื่อวีดิทัศน์การดูแลฟันปลอมสำหรับผู้สูงอายุ. สถานสงเคราะห์คนชราบ้านศรีตรัง.
อุมาพร ป้องกัน. (2563). โครงการเสนอแนะปรับปรุงสถาปัตยกรรมในศูนย์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์ บ้านพักคนชราหญิงติวานนท์ จังหวัดปทุมธานี [รายงานวิชาการออนไลน์]. สืบค้นจาก https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:275219
ภาษาอังกฤษ
Buffel, T., Phillipson, C., & Scharf, T. (2012). Ageing in urban environments: Developing “age-friendly” cities. Critical Social Policy, 32(4), 597–617.
Edvardsson, D., Watt, E., & Pearce, F. (2020). Person-centered care in aged care: Current approaches and future directions. Journal of Aging Studies, 55, 100878. Retrieved form https://doi.org/10.1016/j.jaging.2020.100878
Hood, C. (1991). A public management for all seasons? Public Administration, 69(1), 3–19. https://doi.org/10.1111/j.1467-9299.1991.tb00779
Li, X., Chen, Z., & Wang, Y. (2022). Active aging and environmental support: A framework for healthy aging in urban environments. Journal of Aging & Environment, 20(2), 50 –70. https://doi.org/10.1080/26892618.2022.2038547
Mace, R. L. (1980). Universal design. Raleigh, NC: The Center for Universal Design, North Carolina State University.
Nation Thailand. (2025). Thailand’s elderly population hits 13.6 million: GISTDA.
Osborne, S. P. (2006). The new public governance?: Emerging perspectives on the theory and practice of public governance. Routledge.
Pollitt, C., & Bouckaert, G. (2011). Public management reform: A comparative analysis.
Wahl, H.-W., Iwarsson, S., & Oswald, F. (2012). Aging well and the environment: Toward an integrative model and research agenda for the future. The Gerontologist, 52(3), 306–316. https://doi.org/10.1093/geront/gnr154
World Health Organization. (2007). Global age-friendly cities: A guide. World Health Organization.
World Health Organization. (2015). World report on ageing and health. World Health Organization.