การพัฒนาทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอล โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของเดวีส์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของเดวีส์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) ศึกษาทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอล ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังเรียนเทียบกับเกณฑ์ร้อยละ 80 และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของเดวีส์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มเป้าหมาย คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนหนองแสงวิทยาเสริม จังหวัดกาฬสินธุ์ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) แบบประเมินทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอล 3)แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอล สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า 1) กิจกรรมการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอล โดยใช้การจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของเดวีส์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีค่าประสิทธิภาพ เท่ากับ 80.35/90.00 2) ทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอลของนักเรียน ที่เรียนโดยใช้กิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดของเดวีส์ โดยพบว่านักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 18.00 คิดเป็นร้อยละ 90.00 โดยทักษะพื้นฐานด้านการยิงประตู นักเรียนมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 19.00 คิดเป็นร้อยละ 95.00 โดยคะแนนเฉลี่ยทั้งหมดเท่ากับ 71.67 คิดเป็นร้อยละ 90.00 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอลระหว่างเรียนและหลังเรียน มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.68 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจด้านนักเรียนชื่นชอบกิจกรรมการเรียนสนุกและน่าสนใจ ครูใช้วิธีการสอนและใช้สื่อน่าสนใจมีความเหมาะสมมากที่สุด และด้านครูส่งเสริมให้นักเรียนฝึกทักษะร่วมกันเป็นกลุ่ม และรายบุคคลอย่างเหมาะสม ด้านครูให้โอกาสนักเรียนซักถามปัญหาข้อข้องใจในการเรียนรู้ ครูให้ความสำคัญและสนใจนักเรียนทุกคนในขณะสอน มีความเหมาะสมน้อยที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความที่ลงตีพิมพ์ทุกเรื่องได้รับการตรวจทางวิชาการโดยผู้ประเมินอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) สาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 3 ท่าน ในรูปแบบ Double blind review
2. ข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นี้เป็นของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
3. กองบรรณาธิการวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ไม่สงวนสิทธิ์การคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กฤตขจร ศรีราช, ประยงค์ หัตถพรหม และภูษิต บุญทองเถิง. (2560). การพัฒนาทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอลและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน.
สกายบุ๊กส์. (2550). ฟุตบอล รวมกฎ กติกา และพื้นฐานการเลน. ปทุมธานี: พี เอ็น เค แอนค์ สกายพริ้นติ้งส์.
สมจัด ประทัยงาม. (2560) .การพัฒนาทักษะการว่ายน้ำกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาโดยใช้รูปแบบทักษะปฏิบัติของเดวีส์สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ศรีสะเกษ: มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ.
สมปรารถนา ทองนาค. (2558). การพัฒนาชุดกิจกรรมการฝึกทักษะพื้นฐานกีฬาแฮนด์บอลโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนทักษะปฏิบัติของเดวีส์ สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นโรงเรียนมัธยมท่าแคลง จังหวัดจันทรบุรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). จันทบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.