การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจำเป็น 2) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอน โดยใช้วิธีวิจัย และพัฒนา แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ การศึกษาความต้องการจำเป็น การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน และศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอน โดยมีผู้ให้ข้อมูล คือ ครูที่สอนวิชาวิทยาศาสตร์ จำนวน 35 คน และนักเรียนชั้นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 358 คน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษามหาสารคาม และกลุ่มเป้าหมายในการทดลองการวิจัยเชิงปฏิบัติการ คือ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/3 ซึ่งได้จากการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือวิจัยประกอบด้วย (1) แบบสอบถามความต้องการจำเป็น เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (2) แบบสัมภาษณ์คิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิแบบกึ่งโครงสร้าง (3) แบบประเมินความเหมาะสมขององค์ประกอบและคู่มือการ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ (4) แผนการจัดการเรียนรู้ 8 แผน (5) แบบทดสอบอัตนัยวัดความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ และ (6) แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้เรียน เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 12 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพื้นฐาน คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันในการจัดการเรียนการสอน อยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่สภาพที่ต้องการอยู่ในระดับมากที่สุดมีความต้องการจำเป็นลำดับแรกด้านการจัดสภาพแวดล้อมและแหล่งการเรียนรู้ และด้านการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน 2) รูปแบบการเรียน การสอนที่พัฒนาขึ้นเรียกว่ามาคิน (MAKIN Model) ประกอบด้วย (1) หลักการ (2) วัตถุประสงค์ (3) กระบวนการเรียนการสอน ได้แก่ ขั้นการสร้างแบบจำลองความคิด ขั้นการอภิปรายกลุ่ม ขั้นการจัดการความรู้ ขั้นการสอบสวน ขั้นการอธิบายเหตุการณ์ และ (4) วัดและ การประเมินผล มีผลประเมินความเหมาะสมโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 3) ผลการใช้รูปแบบมาคิน นักเรียนมีพัฒนาการด้านพฤติกรรมการเรียนรู้และความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ครบวงจรปฏิบัติ 4 วงจร นักเรียนมีพฤติกรรมและความสามารถในการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์อยู่ในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ 100 และนักเรียนมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการเรียนการสอน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
1. บทความที่ลงตีพิมพ์ทุกเรื่องได้รับการตรวจทางวิชาการโดยผู้ประเมินอิสระ ผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) สาขาที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย 3 ท่าน ในรูปแบบ Double blind review
2. ข้อคิดเห็นใด ๆ ของบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม นี้เป็นของผู้เขียน คณะผู้จัดทำวารสารไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย
3. กองบรรณาธิการวารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ไม่สงวนสิทธิ์การคัดลอกแต่ให้อ้างอิงแสดงที่มา
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จารุนันท์ พาภักดี, & สุมาลี ชูกำแพง. (2563). การพัฒนาสมรรถนะการแปลความหมายข้อมูลและประจักษ์พยานเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะที่ขับเคลื่อนด้วยกลวิธีการโต้แย้ง. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(10), 248–260.
ฉันชัย จันทะเสน, สมทรง สิทธิ์, & อนุสรณ์ แสงประจักษ์. (2560). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อส่งเสริมการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารการวัดผลการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 23(1), 53–65.
ทิศนา แขมมณี. (2545). รูปแบบการเรียนการสอน: ทางเลือกที่หลากหลาย. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธนวัฒน์ จวนแจ้ง, & สิริกร อมฤตวาริน. (2567). การสอนวิทยาศาสตร์ตามแนวคิดปรัชญาหลังนวยุคสายกลาง. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 8(3), 1657–1671. https://doi.org/10.14456/jeir.2024.99
ธนากร พละชัย. (2566). สร้างห้องเรียนวิทย์ให้เป็นวิทย์. https://www.educathai.com/knowledge/articles/567
ธีระ ปฐมวงษ์. (2565). การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดแก้ปัญหาอย่างมีวิจารณญาณ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 14(1), 197–215.
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
ปรีดา รอดดารา. (2559). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาหน้าที่พลเมืองของนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้เทคนิคการตั้งคำถามตามแนวคิดของโสเครติสกับกิจกรรมการเรียนรู้แบบปกติ [วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
พัณนิดา มีลา, & ร่มเกล้า อาจเดช. (2560). การสืบเสาะหาความรู้โดยใช้แบบจำลองเป็นฐานและการอธิบายทางวิทยาศาสตร์: การส่งเสริมการสร้างความหมายในชั้นเรียน. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร, 19(3), 1–15.
ภานุมาศ หมอสินธ์ และคณะ. (2564). พระราชบัญญัติการศึกษา: ความสำคัญต่อการจัดการเรียนในศตวรรษที่ 21. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิก, 7(3), 74–86.
ภาสกร ภักดิ์ศรีแพง, ปริญญา ทองสอน, & สมศิริ สิงห์ลพ. (2564). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และจิตวิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วารสารศึกษาศาสตร์ มมร, 7(2), 335–351.
เมธินี ทาระวัน, & เมษา นวลศรี. (2564). การพัฒนาความสามารถในการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์โดยใช้การจัดการเรียนรู้แบบจำลองเป็นฐาน เรื่องปรากฏการณ์ทางธรรมชาติและธรณีพิบัติภัยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. Journal of Roi Kaensarn Academi, 6(6), 20–33.
วรัญญา จีระวิพูลวรรณ. (2563). การโต้แย้งและวิทยาศาสตร์ศึกษา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี, 8(1), 1–25.
วรินทร สิริพงษ์ณภัทร. (2566). การเสริมสร้างคุณลักษณะพลเมืองตื่นรู้ของผู้เรียนโดยการตั้งคำถามแบบโสเครติส. Journal of Education Studies, 51(1), 1–13.
ศศิมน ศรีกุลวงศ์, & ลฎาภา ลดาชาติ. (2564). การใช้แบบจำลองและการสร้างคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ศึกษาศาสตร์สาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 5(1), 12–27.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2567). ข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับแนวปฏิบัติของระบบการศึกษาที่พร้อมปรับตัวจากการวิเคราะห์ประเด็นสำคัญของผลการประเมิน PISA 2022. สสวท.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2568). ผลการประเมิน PISA 2022 คณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์. สสวท.
สุคนธ์ สินธพานนท์. (2561). นวัตกรรมการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21. 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.
สุชาดา ศรีศกุน. (2565). การพัฒนาการสร้างคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในบทเรียนเรื่องการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ โดยการจัดการเรียนรู้ที่ใช้บริบทเป็นฐาน. วารสารหน่วยวิจัยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้, 13(1), 29–41.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (2557). วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.
Anderson, T. P. (1997). Using models of instruction. In C. R. Dills & A. J. Romiszowski (Eds.), Instructional development paradigms. Educational Technology Publications.
Brierton, B. S. (2011). Higher order thinking skills as demonstrated in synchronous and asynchronous online college discussion posts (Doctoral dissertation, North Carolina State University).
Haysom, J., & Bowen, M. (2010). Predict–observe–explain activities enhancing scientific understanding. The National Science.
Hunkins, F. P. (1970). Analysis and evaluation questions: Their effects upon critical thinking. Educational Leadership, 3, 697–705.
Joyce, B. R., & Weil, M. (2009). Models of teaching (8th ed.). Prentice Hall.
Kemmis, S., & McTaggart, R. (1998). The action research planner. Deakin University Press.
Louca, L. T., & Zacharia, C. (2012). Modeling-based learning in science education: Cognitive, metacognitive, social, material, and epistemological contributions. Educational Review, 64(4), 471–492.
McNeill, K. L., & Krajcik, J. S. (2008). Assessing middle school students’ content knowledge and reasoning through written scientific explanations. In J. Coffey, R. Douglas, & C. Stearns (Eds.), Assessing science learning: Perspectives from research and practice (pp. 101–116). NSTA Press.
Novak, A. M., & Treagust, D. F. (2017). Adjusting claims as new evidence emerges: Do students incorporate new evidence into their scientific explanations? Journal of Research in Science Teaching, 55(4), 526–549. https://doi.org/10.1002/tea.21429
OECD. (2023). PISA 2025 science framework (2nd draft). OECD. https://pisa-framework.oecd.org/science-2025/assets/docs/PISA_2025_Science_Framework.pdf
Ruiz-Primo, M. A., Li, M., Tsai, S.-P., & Schneider, J. (2010). Testing one premise of scientific inquiry in science classrooms: A study that examines students’ scientific explanations. Journal of Research in Science Teaching, 47(5), 583–608.
Sampson, V., Grooms, J., & Walker, J. P. (2011). Argument-driven inquiry as a way to help students learn how to participate in scientific argumentation and craft written arguments: An exploratory study. Science Education, 95, 217–257.