รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเพื่อการพึ่งพาตนเองในจังหวัดบุรีรัมย์

Main Article Content

พิมพ์พรรณ ฉัตรชินรัตน์
แดนวิชัย สายรักษา
บุญชนะ ยี่สารพัฒน์

บทคัดย่อ

     การวิจัยมีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ 2) เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ และ 3) เพื่อทดลองใช้และประเมินผลคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ วิธีการวิจัย 3 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การศึกษาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ ประชากรผู้สูงอายุ 251,206 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างของ Taro Yamane 400 คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจำนวน 6 ด้าน วิเคราะห์โดยใช้สถิติวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และใช้การวิเคราะห์สมการเชิงโครงสร้าง ระยะที่ 2 การสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ กลุ่มเป้าหมาย 20 คน เลือกแบบเจาะจง และระยะที่ 3 เป็นการทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ กลุ่มทดลอง 40 คน ใช้สถิติวิเคราะห์ (MANOVA) ที่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัย ระยะที่ 1 ผลการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนรายด้าน การดูแลตนเองมากที่สุด อยู่ในระดับปานกลาง รองลงมาการดูแลของสังคม ความสัมพันธ์ทางสังคม และน้อยที่สุด ด้านร่างกาย ได้ค่าสัมประสิทธิ์อิทธิพลทางตรง ความสัมพันธ์ทางสังคม 0.38 สิ่งแวดล้อม 0.32 จิตใจ 0.30 และร่างกาย 0.24 อิทธิพลทางอ้อม 2 ตัวแปร การดูแลตนเองและการดูแลจากสังคม 0.01 อิทธิพลโดยรวม 28.93 การผันแปรในตัวแปรผลลัพธ์ ร้อยละ 6.2 (R2=0.062) ระยะที่ 2 ผลการสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พบว่า การจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อประเมินความเห็นชอบครอบคลุมตัวแปรทั้ง 6 ด้าน ได้แก่ ด้านร่างกาย จิตใจ ความสัมพันธ์ทางสังคม สิ่งแวดล้อม การดูแลตนเอง และการดูแลจากสังคม ได้ 6 กิจกรรม นำไปใช้ และ ระยะที่ 3 ผลการทดลองใช้และประเมินผลรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พบว่า หลังการทดลอง
ดีขึ้นมากกว่าก่อนการทดลอง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฉัตรชินรัตน์ . พ., สายรักษา แ., & ยี่สารพัฒน์ บ. (2026). รูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุเพื่อการพึ่งพาตนเองในจังหวัดบุรีรัมย์. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 20(1), 479–492. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/rmuj/article/view/288554
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เกสร มุ้ยจีน. (2558). ปัจจัยที่มีผลต่อระดับสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 23(2), 306–318.

จิราพร ไชยเชนทร์. (2562). การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุในตำบลท่าทองใหม่ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช, 13(1), 204–215.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2568). ผู้สูงอายุในจังหวัดบุรีรัมย์. สำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. https://buriram.nso.go.th/images

ชุมพร ฉ่ำแสง, และคณะ. (2555). ปัจจัยที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของบุคลากรฝ่ายการพยาบาล ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จังหวัดนครนายก [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ไม่ได้ตีพิมพ์]. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ณัฎฐกันย์ อ๋องเอื้อ. (2564). คุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลเมืองบ้านสวน จังหวัดชลบุรี. วารสารสาธารณสุขศาสตร์, 41(3), 240–249.

ประยูร อิมิวัตร์. (2562). แนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุโดยใช้ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนเป็นฐาน. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 7(2), 364–374.

พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์. (2567). แผนปฏิบัติราชการรายปีของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดบุรีรัมย์ ศูนย์ราชการจังหวัดบุรีรัมย์.

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย. (2560). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2560. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย.

ยุวดี รอดจากภัย. (2562). การพัฒนาเครือข่ายทางสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ. สำนักพิมพ์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา.

สำนักบริหารการทะเบียน. (2565). ระบบสถิติทางการทะเบียน สถิติการบริการด้านการทะเบียน. ส่วนบริหารและพัฒนาเทคโนโลยีการทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง.

United Nations. (2019). Ageing. https://www.un.org/en/sections/issues-depth/ageing/