การวิเคราะห์เปรียบเทียบวากยสัมพันธ์ประโยคเปรียบเทียบ ที่ใช้บุพบท “比” ในภาษาจีนและ “กว่า” ในภาษาไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
“比” (bi) และ “กว่า” ถือเป็นคำบุพบทที่ปรากฏอยู่ในประโยคเปรียบเทียบ ซึ่งสามารถพบเห็นบ่อยในภาษาไทยและภาษาจีนบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของโครงสร้างประโยคเปรียบเทียบ “比” (bi) ในภาษาจีนและ “กว่า” ในภาษาไทยที่มีลักษณะเดียวกันทางวากยสัมพันธ์เพื่อก่อให้เกิดความเข้าใจในการใช้อย่างถูกต้องซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนที่กำลังศึกษาภาษาจีนและภาษาไทย จากผลการศึกษาด้านลักษณะทั่วไปของประโยคพบว่า การประกอบประโยคมีลักษณะคล้ายกันคือ ประกอบด้วยภาคประธานและภาคแสดง ด้านโครงสร้างพื้นฐานมีความแตกต่างกันของการวางลำดับบทต่างๆในประโยค โครงสร้างภาษาไทยคือ “บทประธาน (สิ่งที่นำมาเปรียบ) +ภาคแสดงการเปรียบเทียบ+กว่า+บทกรรรม(สิ่งที่ถูกเปรียบ)” สำหรับภาษาจีนโครงสร้างประโยคพื้นฐานคือ “บทประธาน(สิ่งที่นำมาเปรียบ)+比+บทกรรรม (สิ่งที่ถูกเปรียบ)+ภาคแสดงการเปรียบเทียบ” หากในประโยคมีคำหรือวลีที่เป็นบทเสริมแสดงปริมาณหรือตัวเลขในประโยคภาษาจีนจะวางบทเสริมเหล่านี้ไว้หลังคุณศัพท์หรือกริยา แต่ส่วนของภาษาไทยจะวางหลังบทกรรมของประโยค หากมีคำกริยาวิเศษณ์เช่น “还” (ยัง) หรือ “更” (ยิ่ง) ในภาษาจีนคำเหล่านี้จะวางไว้หน้าคำกริยาหรือคุณศัพท์เสมอแต่ภาษาไทย “ยิ่ง” จะวางไว้หลังคำกริยาหรือคุณศัพท์ ส่วน “ยัง” กลับวางตำแหน่งไว้ด้านหน้าแทน ถ้าหากส่วนภาคแสดงการเปรียบเทียบเป็นคำกริยาและมีกริยาวิเศษณ์คำว่า “早” (เช้า) “晚” (สาย) “多” (มาก) “少” (น้อย) พบว่าในโครงสร้างของภาษาจีน “早” “晚” “多” “少” จะวางไว้หน้าคำกริยาส่วนในภาษาไทย “เช้า” “สาย” “มาก” “น้อย” จะวางหลังคำกริยาหากในประโยคเปรียบเทียบมีคำว่า “得” (ได้) จะทำให้ประโยคเปรียบเทียบของภาษาจีนนั้นใช้ได้สองลักษณะ เช่น 我比你跑得快 หรือ 我跑得比你快 โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลงแต่กลับจะเน้นใจความของประโยคที่ต่างกันประโยคแรกจะเน้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสิ่งที่ถูกนำมาเปรียบเทียบ ส่วนประโยคที่สองเน้นเพื่อให้เห็นถึงระดับของภาคแสดงซึ่งประโยคของภาษาไทยไม่สามารถทำได้ลักษณะนี้
Article Details
ทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ร่มพฤกษ์เป็นทัศนะและข้อคิดเห็นของผู้เขียนมิใช่ทัศนะของมหาวิทยาลัยเกริกหรือกองบรรณาธิการ การนำบทความส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปพิมพ์เผยแพร่ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
เกรียงไกร กองเส็ง. (2559). การศึกษาเปรียบเทียบโครงสร้างและการใช้คำกริยาในภาษาจีนและภาษาไทย. (14 ธันวาคม 2561) สืบค้นจาก https://www.tcithaijo.org/index.php/jlpru/article/view/60918/50283.
นิตยา กาญจนะวรรณ. (2554). การวิเคราะห์โครงสร้างภาษาไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ตรัยภรณ์ เกษมเปรมจิต. (2561). การศึกษาเปรียบเทียบประโยคเปรียบต่าง. กรุงเทพฯ : บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจินตน์ ภาณุพงศ์. (2520). โครงสร้างภาษาไทยระบบไวยากรณ์. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ศรีวิไล พลมณี. (2545). พื้นฐานการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ศุภชัย แจ้งใจ. (2552). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเรียนภาษาจีนผู้เรียนสาขาวิเทศธุรกิจจีนและสาขาจีนศึกษา
คณะวิเทศศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตภูเก็ต. (17 กุมภาพันธ์ 2562) สืบค้นจาก
http://www.fis.psu.ac.th/jis_file/res_project/2010_supachai.pdf.
สุธินี สุขตระกูล. (2526). วิธีวิเคราะห์และเปรียบเทียบภาษา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เหยิน จิ่งเหวิน. (2555). ไวยากรณ์ภาษาจีนฉบับเปรียบเทียบ. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์อมรินทร์.
อุปกิต ศิลปสาร, และ พระยา. (2514). หลักภาษาไทย. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช.
Che, J. (2005). Xian dai han yu bi jiao ju lun lue . Bo Shi Lun Wen Hubei Normal University, Huangshi.
车竞. (2005). 现代汉语比较句论略. 博士论文. 湖北师范大学, 黄石.
Chen, K. (2014). Han tai bi jiao ju yu yi he yu yong dui bi fen xi .
Shuo Shi Lun Wen Yunnan Normal University, Kunming.
陈凯. (2014). 汉泰比较句语义和语用对比分析. 硕士论文. 云南师范大学, 昆明.
Di Pietro, Robert J. (1970). Language Structures in Contrast. Georgetown University, Wash-ington , D.C.
Liu, S. (2009). Xian dai han yu bi zi ju de ju fa yu yi yu yong fen xi . Bo Shi Lun Wen Inner Mongolia Normal University, Hohhot.
刘飒. (2009). 现代汉语 “比” 字句的句法、语义和语用分析. 博士论文. 内蒙古师范大学, 呼和浩特.
Liu, X.L. (2011). “Bi” zi ju zai dui wai han yu zhong de jiao yu xue . Modern Language , 2011(5), 127-128.
刘晓玲. (2011). “比” 字句在对外汉语中的教与学. 现代语文, 2011(5), 127-128.
Qi, H.Y. (2005). Dui wai han yu jiao xue yu fa . Shuo Shi Lun Wen Fudan University, Shanghai.
齐沪扬. (2005). 对外汉语教学语法. 硕士论文. 复旦大学, 上海.
Whitman, Rangal L. (1970). Contrastive Analysis; Problem and Procedures . Language Learning Research Club University of Michigan, Michigan.