วิจัยเพื่อท้องถิ่น : บทบาทมหาวิทยาลัยในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
Main Article Content
บทคัดย่อ
นโยบายการพัฒนาประเทศไทยภายใต้ “ประเทศไทย4.0” มิอาจบรรลุผลหากยังมีการละเลยหรือนิ่งเฉยต่อความล้มเหลวในการพัฒนาชุมชนด้วยวิธีเดิม ในขณะที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น แนวทางการพัฒนาแบบเดิมจึงไม่อาจเป็นทางออกในการแก้ปัญหาของชุมชนในระดับรากหญ้าอีกต่อไป บทความนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทบาทของมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นแหล่งความรู้และเป็นที่พึ่งพิงทางปัญญาของสังคม ในการหนุนเสริมและนำความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำวิจัยมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับชุมชน ด้วยแนวทางการวิจัยเพื่อท้องถิ่น (Community - Based Research) ซึ่งเป็นกระบวนทัศน์ใหม่ที่มองภาพการทำงานระหว่างการวิจัยกับการพัฒนาเป็นเนื้องานเดียวกันและเกื้อหนุนกัน ใช้ความรู้ที่ได้จากการทำวิจัยโดยนักวิจัยชาวบ้านเองกับความรู้จากภูมิปัญญาพื้นบ้านแก้ปัญหาของตนเอง ก่อให้เกิดการเรียนรู้ของคนในชุมชนที่เป็นเจ้าของปัญหาและมีหน้าที่ต้องแก้ปัญหาอันเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะไขไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน
Article Details
ทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ร่มพฤกษ์เป็นทัศนะและข้อคิดเห็นของผู้เขียนมิใช่ทัศนะของมหาวิทยาลัยเกริกหรือกองบรรณาธิการ การนำบทความส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปพิมพ์เผยแพร่ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา แก้วเทพ. (2553). คุณลักษณะ&วิธีวิทยางานวิจัยเพื่อท้องถิ่น. เชียงใหม่ : วนิดาการพิมพ์.
ปิยะวัติ บุญ-หลง. (2559). ผู้แพ้วถางงานวิจัยชาวบ้านในวิถีวิจัยในมหาสมุทรความรู้. กรุงเทพฯ : ภาพพิมพ์.
เพ็ญประภา ภัทรานุกรม และคณะ. 2559. แนวทางการพัฒนาระบบและกลไกหน่วยวิจัยเพื่อชุมชนในมหาวิทยาลัยเกริก. กรุงเทพฯ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และ มหาวิทยาลัยเกริก.
บัญชร แก้วส่อง. หนึ่งชุมชนหนึ่งงานวิจัย : การเตรียมคนฐานรากเพื่อเข้าสู่เมืองไทย 4.0. (25 ตุลาคม 2558). สืบค้นจาก https://vijaitongtin.wordpress.com.
John Taylor Gatto. (2017). Dumping Us Down. 25th Anniversary Ed. NewYork : Douglas & McIntyre.