สภาพการณ์และแนวทางการพัฒนาสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน กรณีศึกษาบ้านคลองเป้ง หมู่ที่ 2 ตำบลบางนางลี่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงสภาพการณ์และแนวทางการพัฒนาสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนของบ้านคลองเป้ง หมู่ที่2 ตำบลบางนางลี่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยวิธีการสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) จากกลุ่มผู้นำชุมชนที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนชุมชนของหมู่บ้าน จำนวน 10 คน ด้วยวิธีการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือในการวิจัย คือ ตัวผู้วิจัย แนวคำถามสำหรับการสนทนา เครื่องบันทึกเสียงและกล้องถ่ายรูป ผลการวิจัยพบว่า บ้านคลองเป้ง หมู่ที่ 2 ตำบลบางนางลี่ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นหมู่บ้านที่มีความพร้อมในการเป็นแหล่งเที่ยวโดยชุมชนมีผู้นำชุมชนและกลุ่มองค์กร ที่มีความเข้มแข็งคนในชุมชนมีความรักความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน มีทุนทางสังคมที่ดี มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม มีโครงสร้างพื้นฐาน ถนน และป้ายบอกทาง ที่มีความชัดเจน สะดวกในการเดินทาง และอยู่ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวหลัก คนในชุมชนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนในการประกอบอาชีพ พร้อมรับในการพัฒนาสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนสามารถดำเนินการ ร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมสร้าง โดยคนในชุมชน สำหรับแนวทางการพัฒนาสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชนนั้น มีทั้งสิ้น 6 ขั้นตอน คือ 1) การศึกษาความพร้อมและความเป็นไปได้ของชุมชนร่วมกับคนในชุมชน 2) การสร้างทีมงานและเครือข่ายการพัฒนา 3) การวางแผนพัฒนาศักยภาพ วางรูปแบบการท่องเที่ยวและการบริหารจัดการทรัพยากร 4) ทดลองดำเนินกิจกรรมการท่องเที่ยวพัฒนาและขับเคลื่อนการดำเนินงาน 5) ติดตามและประเมินผล 6) การวางแผนและพัฒนา ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะช่วยนำพาให้คนในชุมชนสามารถบริหารจัดการการท่องเที่ยวของหมู่บ้านได้ด้วยตนเอง
Article Details
ทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ร่มพฤกษ์เป็นทัศนะและข้อคิดเห็นของผู้เขียนมิใช่ทัศนะของมหาวิทยาลัยเกริกหรือกองบรรณาธิการ การนำบทความส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปพิมพ์เผยแพร่ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
กรมการพัฒนาชุมชน. (2562). ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) และข้อมูลพื้นฐานระดับหมู่บ้าน (กชช2ค).
(22 กรกฎาคม 2562) สืบค้นจาก https://ebmn.cdd.go.th.
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา. (2562). ระบบสถิติท่องเที่ยวของประเทศไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและ
กีฬาระบบสถิติท่องเที่ยวของประเทศไทย. (20 กรกฎาคม 2562) สืบค้นจาก
https://www.mots. go.th/more_news_new.php?cid=497.
ณัฎฐพัชร มณีโรจน์. (2560). การจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน. (28 กรกฎาคม 2562) สืบค้นจาก
https://www.tci-thaijo.org/index.php/jitt/article/view/113060.
พจนา สวนศรี. (2546). คู่มือการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน. กรุงเทพมหานคร : โครงการท่องเที่ยวเพื่อชีวิตและธรรมชาติ.
พจนา สวนศรี และ สมภพ ยี่จอหอ. (2556). คู่มือมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน.
เชียงใหม่ : หจก.วนิดาการพิมพ์.
วีระพล ทองมา. (2559). การท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Based Tourism : CBT) สำหรับการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของชุมชนในเขตที่ดินป่าไม้. (20 กรกฎาคม 2562) สืบค้นจาก
https://www.dnp.go.th/fca16/file/i49xy4ghqzsh3j1.doc.
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนครพนม. (2562). ท่องเที่ยวโดยชุมชน จังหวัดนครพนม. (22 กรกฎาคม 2562)
สืบค้นจาก https://nakhonphanom.cdd.go.th.
อัจฉรา ศรีลาชัย และ ภูเกริก บัวสอน. (2561). แนวทางการจัดการรูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนอย่าง
ยั่งยืนกรณีศึกษาชุมชนบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์.
บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, กรุงเทพมหานคร.
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน). (2562). การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน.
(2 พฤษภาคม 2562). สืบค้นจากhttps://www.dasta.or.th/th/medias.
Bello, F. G., Lovelock, B., & Carr, N. (2016). Enhancing community participation in tourism
planning associated with protected areas in developing countries : Lessons from
Malawi.Tourism and Hospitality Research. Journal and hospitality Research, 3(5), 407-423.
Dickman, S. (1996). Tourism : An Introductory Text, 2nd ed., Australia : Hodder Education.
Lee, T. H. (2013). Influence analysis of community resident support for sustainable tourism
development. Tourism Management, 34, 37-46.