ประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง ตำบลสระประดู่ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง เป็นการศึกษาแบบกึ่งทดลอง (Quasi experimental research) โดยใช้แบบแผนการวิจัยกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง (The One Group Pretest Posttest Design) ศึกษากับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลสระประดู่ อำเภอวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 40 คน คัดเลือกแบบเจาะจง โดยประยุกต์ใช้กรอบแนวคิดจากทฤษฎีความสามารถแห่งตนของ Bandura กลุ่มทดลองได้รับโปรแกรมทั้งสิ้น 8 กิจกรรม เป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ ประกอบไปด้วยกิจกรรมการบรรยาย สื่อวีดีทัศน์การเล่นเกม การเสนอตัวแบบ การจัดกิจกรรมกลุ่ม การจำลองสถานการณ์ การแสดงบทบาทสมมติ การสาธิตฝึกปฏิบัติ และการเยี่ยมบ้าน เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนและหลังการทดลองโดยใช้แบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ตรวจสอบความเชื่อมั่นของแบบสอบถามส่วนที่ 2 ด้วยวิธีของ Kuder-Richardson (1993) (KR-20) ได้เท่ากับ 0.72 และส่วนที่3 ด้วยวิธีสัมประสิทธิ์แอลฟาครอนบาคได้เท่ากับ 0.82 วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสถิติ Paired-sample t-test ผลการวิจัยพบว่า ภายหลังการทดลองกลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยด้านความรู้เกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมองมีการรับรู้ความสามารถของตนเองและมีทักษะการดูแลให้คำแนะนำผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details
ทุกบทความที่ตีพิมพ์ในวารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ร่มพฤกษ์เป็นทัศนะและข้อคิดเห็นของผู้เขียนมิใช่ทัศนะของมหาวิทยาลัยเกริกหรือกองบรรณาธิการ การนำบทความส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปพิมพ์เผยแพร่ต้องอ้างอิงที่มาให้ชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
กมลทิพย์ ทิพย์สังวาล และคณะ. (2561). ผลของโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านดูแลผู้สูงอายุในชุมชน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม,12(1), 275-291.
กองสนับสนุนภาคประชาชน กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2556). คู่มือ อสม. มืออาชีพ. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ.
กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. (2562). รายงานสถานการณ์โรคNCDs เบาหวาน ความดันโลหิตสูงและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง. (23 มิถุนายน 2563) สืบค้นจาก http://www.thaincd.com/2016/media-detail.php?id=13865&tid=&gid=1-015-005.
กลุ่มงานเวชระเบียน. (2563). รายงานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมองประจำปี พ.ศ. 2561-2563. เพชรบูรณ์ : กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศโรงพยาบาลวิเชียรบุรี.
กิรณานันท์ สนธิธรรม และ สมเสาวนุช จมูศรี. (2563). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการดูแลกลุ่มเสี่ยงก่อนความดันโลหิตสูงของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน. วารสารพยาบาลทหารบก, 21(2), 102-110.
จอม สุวรรณโณ และคณะ. (2561). Cardiovascular Risk Factors in Young Adult Patients with Acute Ischemic Stroke. วารสารสมาคมโรคหลอดเลือดสมองไทย, 17(2), 5-16 .
จิรัชยาสุวินทรากร และคณะ. (2562). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถของตนเองของอาสาสมัคร สาธารณสุขในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง. วารสารพยาบาล, 68(1), 39-48.
นวพร วุฒิธรรม และคณะ. (2563). ผลของการสร้างเสริมการรับรู้สมรรถนะแห่งตนต่อการควบคุมระดับความดันโลหิตในกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง. วารสารพยาบาลทหารบก, 21(1), 310-318.
ปาณิสรา ส่งวัฒนายุทธ และ จินต์ทิพา ศิริกุลวิวัฒน์. (2562). การส่งเสริมสุขภาพโดยการเล่าเรื่องในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง. วารสาร พยาบาลหทารบก, 20(3), 72-78.
พันทิพพา บุญเศษ และ ลัฆวี ปิยะบัณฑิตกุล. (2561). ผลของโปรแกรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในกลุ่มเสี่ยงสูง ตำบลห้วยบง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ. วารสารโรงพยาบาลสกลนคร, 21(2), 28-41.
ภาสิต ศิริเทศ และ ณพวิทย์ ธรรมสีหา. (2562). ทฤษฎีการรับรู้ความสามารถของตนเองกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุ .วารสารพยาบาลทหารบก, 20(2), 58-65.
Bandura, A. (1986). Social foundation of thought and action : a social cognitive theory. Englewood Cliffs, N.J : Prentice-Hall.
Bandura, A. (1997). Self–efficacy : The exercise of control. New York : Freeman and Company.
Bloom. (1971). Hand book on Formative and Summative Evaluation of Student Learning. New York : Mc Graw-Hill Book Company.
Cronbach, L.J. (1951). Coefficient alpha and the internal structure of test. Psychometrika, 16(3), 297-334.
Jerrold E., Kemp & Don C., Smelle. (1989). Planning, Producing, and Using Instructional. New York : Harper & Rownd.
Kuder-Richardson. (1993). การหาความเชื่อมั่นโดยใช้วิธีการของ Kuder-Richardson Method. (January 1, 2563) Retrieved from http://www.wijai48.com/leriability/richartson.htm.
Likert , Rensis. (1967). The Method of Constructing and Attitude Scale. New York : Wiley & Son.