แนวทางการวิเคราะห์คราบเลือดในสถานที่เกิดเหตุสำหรับเจ้าหน้าที่สืบสวน

Main Article Content

ปริวรรต รัตนรุ่งโรจน์

บทคัดย่อ

คราบเลือดเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ช่วยอธิบายลักษณะและลำดับเหตุการณ์ในสถานที่เกิดเหตุได้ แต่การตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลาในการดำเนินการและยืนยันผล ขณะที่เจ้าหน้าที่สืบสวนจำเป็นต้องประเมินสถานการณ์และกำหนดทิศทางการสืบสวนตั้งแต่ระยะเริ่มต้นของคดี บทความวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางการตีความคราบเลือดในสถานที่เกิดเหตุสำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน โดยศึกษาจากหลักการวิเคราะห์คราบเลือด แนวคิดการตัดสินใจภายใต้ความไม่แน่นอนและประสบการณ์การปฏิบัติงานในสถานที่เกิดเหตุ ผลการศึกษาพบว่า เจ้าหน้าที่สามารถใช้การสังเกต การจดจำรูปแบบคราบเลือด และการตั้งสมมติฐานเชิงพฤติการณ์ เพื่อประเมินทิศทางของเหตุการณ์ กลไกการเกิดเหตุ และความเป็นไปได้ของพฤติการณ์ของผู้เกี่ยวข้องได้ แนวทางดังกล่าวใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจและกำหนดแนวทางการสืบสวนในระยะเริ่มต้น โดยไม่ได้ทดแทนการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลการศึกษายังพบว่าการตีความคราบเลือดอย่างเป็นระบบช่วยให้การเชื่อมโยงเหตุการณ์และการติดตามผู้กระทำความผิดเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
รัตนรุ่งโรจน์ ป. . (2026). แนวทางการวิเคราะห์คราบเลือดในสถานที่เกิดเหตุสำหรับเจ้าหน้าที่สืบสวน. วารสารวิชาการวิทยาลัยสันตพล, 12(2), 184–189. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/scaj/article/view/288052
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

Bevel, T., & Gardner, R. M. (2002). Bloodstain pattern analysis with an introduction to crime scene reconstruction. CRC Press.

Endsley, M. R. (1995). Toward a theory of situation awareness in dynamic systems. Human Factors, 37(1), 32–64. https://doi.org/10.1518/001872095779049543

James, S. H., Kish, P. E., & Sutton, T. P. (2005). Principles of bloodstain pattern analysis: Theory and practice. CRC Press.

Klein, G. (1998). Sources of power: How people make decisions. MIT Press.

Saferstein, R. (2018). Criminalistics: An introduction to forensic science (12th ed.). Pearson.