การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต โดยใช้แอปพลิเคชันคาฮูท สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกสำโรงวิทยา

ผู้แต่ง

  • วีรวิชญ์ บุญส่ง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
  • วิทยา วารี คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
  • สุพัตรา รสสุคนธ์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

คำสำคัญ:

แอปพลิเคชันคาฮูท, การเรียนปนเล่น, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แอปพลิเคชันคาฮูท สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ก่อนและหลังการใช้แอปพลิเคชันคาฮูท และ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังการใช้แอปพลิเคชันคาฮูท กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ลงทะเบียนเรียนในรายวิชาพระพุทธศาสนาเรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนโคกสำโรงวิทยา อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี จำนวน 40 คน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม จากห้องเรียนที่มีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเรื่อง พุทธศาสนสุภาษิตโดยเฉลี่ยต่ำที่สุด เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาพระพุทธศาสนา จำนวน 15 แผน  2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบปรนัยจำนวน 30 ข้อ มีค่าความสอดคล้องระหว่าง 0.67 – 1.00 มีค่าความยากง่ายระหว่าง 0.40 – 0.60  มีค่าอำนาจจำแนกระหว่าง 0.60 – 1.00 มีค่าความเชื่อมั่นของข้อสอบเท่ากับ 0.88 3) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 15 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .775 สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่า t– test แบบ Dependent Sample t-test

ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ พบว่า ได้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 15 แผน มีผลการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X= 4.68, S.D.= 0.15) 2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้แอปพลิเคชันคาฮูท เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนและสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลังเรียน โดยใช้แอปพลิเคชันคาฮูท เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย

ดนุพล สืบสำราญ, และศตวรรษ ศรีนุเคราะห์. (2567). ผลการจัดการเรียนรู้ด้วยเกม KAHOOT เรื่อง บรรยากาศของเรา สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 14(1), 28-41. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/neuarj/article/view/267680/183075

นรีลักษณ์ ปัทมะทัตต์. (2560). การใช้สื่อการสอน Kahoot เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4. http://www.swis.act.ac.th/html_edu/act/temp_emp_research/2813.pdf.

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.

โพดา, กาญจนา สีหาบุตร, และสุกัญญา ธรรมธีระศิษฏ์. (2566). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ของการใช้ Kahoot ที่มีต่อความคงทนในการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ สำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร ครั้งที่ 3 (น. 743-751). คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร.

ภารดร รีชัยพิชิตกุล, ธนกร สายปัญญา, และพงศ์พิพัฒน์ พรมโคตร. (2567). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) เรื่อง การใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาข้อมูล โดยการจัดการเรียนรู้แบบ 5e ร่วมกับโปรแกรม Kahoot ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 11(2), 67-76. https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMCR/article/view/7819/5570

รุ่งโรจน์ ศรีจันทร์แก้ว, ปกรชัย เมืองโคตร, และนลิตา ภูสีฤทธิ์. (2565). ผลของการใช้แอปพลิเคชันคาฮูท (Kahoot) ที่มีต่อพุทธิพิสัยด้านความรู้ความจำ เรื่อง พื้นฐานอัตราส่วนตรีโกณมิติ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วารสารสหวิทยาการ วิจัย และนวัตกรรมการศึกษา, 1(1), 1-15. https://so08.tci-thaijo.org/index.php/JIREI/article/view/117/171

วีรวิชญ์ บุญส่ง, จิรายุส บูชา, และอัญณี สีหะวงค์. (2566). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้เกม Kahoot เรื่อง ประวัติและผลงานของบุคคลสำคัญในการสร้างสรรค์ชาติไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสาธิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี. วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 3(5), 835-850.

ศิริลักษณ์ เลิศหิรัญทรัพย์. (2560). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคอมพิวเตอร์โดยใช้แอปพลิเคชั่นคาฮูท ในการจัดการเรียนการสอนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. http://elsd.ssru.ac.th/siriluck_le/pluginfile.php/141/block_html/content/วิจัยในชั้นเรียน2560.pdf

ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเรือง, และวรางคนา ทองนพคุณ. (2557). ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 ความท้าทายอนาคต. https://krupeace.files.wordpress.com/2016/12/21-st-century-skills.doc

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2559). ปฏิรูปการศึกษาเพื่ออนาคตไทย มั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน นโยบายด้านการศึกษาของนายกรัฐมนตรี (พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา) (พิมพ์ครั้งที่ 2). 21 เซ็นจูรี่.

สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้. (2563). The Knowledge. โคคูน แอนด์ โค.

อุไรวรรณ ปานทโชติ. (2562). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ โดยใช้เกม Kahoot สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู โปรแกรมวิชาคณิตศาสตร์. วาสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยกำแพงเพชร, 4(8), 101-108. https://so08.tci-thaijo.org/index.php/EJFE/article/view/893/667

Cronbach, L. J. (1970). Essentials of Psychological Test (5th ed.). Harper Collins.

Friedrich Froebel. (2020). Froebel's Theory of Play for Early Childhood Education. https://www.myteachingcupboard.com/blog/froebel-theory-of-play

Kuder, G. F., & Richardson, M. W. (1937). The Theory of Estimation of Test Reliability. Psychmetrika, 2, 151-160. http://dx.doi.org/10.1007/BF02288391

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-06-27

รูปแบบการอ้างอิง

บุญส่ง ว. ., วารี ว., & รสสุคนธ์ ส. . (2026). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง พุทธศาสนสุภาษิต โดยใช้แอปพลิเคชันคาฮูท สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนโคกสำโรงวิทยา . สิกขา วารสารศึกษาศาสตร์, 13(1), 225–239. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/sikkha/article/view/277126

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย
Share |