กลยุทธ์การตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจกลับมาใช้บริการ คลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาระดับความคิดเห็นของกลยุทธ์การตลาด และการตัดสินใจกลับมาใช้บริการคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานคร 2) เพื่อศึกษากลยุทธ์การตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจกลับมาใช้บริการคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานคร โดยใช้แนวคิดการสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ คุณภาพการให้บริการ การสื่อสารแบบปากต่อปากทางอิเล็กทรอนิกส์ และการตัดสินใจใช้บริการของผู้บริโภค เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ที่เคยใช้บริการคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานครอย่างน้อย 1 ครั้ง (ภายในระยะเวลา 12 เดือน) จำนวน 400 ตัวอย่าง สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 30-39 ปี สถานภาพโสด ระดับการศึกษาปริญญาตรี ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ระหว่าง 20,001-30,000 บาท/เดือน เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับ 1) การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ ด้านการโฆษณา ด้านพนักงานขาย ด้านการส่งเสริมการขาย ด้านการประชาสัมพันธ์ ด้านการตลาดทางตรง อยู่ในระดับมาก 2) คุณภาพการให้บริการ ด้านความเป็นรูปธรรมของการบริการ อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมือ ด้านความน่าเชื่อถือความไว้วางใจได้ ด้านการตอบสนองต่อลูกค้า ด้านการให้ความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า ด้านการรู้จักและเข้าใจลูกค้า อยู่ในระดับมาก และ 3) การสื่อสารแบบปากต่อปากทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางอีเมล ทางวิดีโอออนไลน์ ทางเครือข่ายสังคมออนไลน์ อยู่ในระดับมาก ผลการวิเคราะห์กลยุทธ์การตลาดที่ส่งผลต่อการตัดสินใจกลับมาใช้บริการคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานคร ด้านความรู้สึกภายหลังการซื้อ พบว่า 1) การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ สามารถพยากรณ์การตัดสินใจกลับมาใช้บริการคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานคร ได้ร้อยละ 65.30 2) การสื่อสารแบบปากต่อปากทางอิเล็กทรอนิกส์ สามารถพยากรณ์การตัดสินใจกลับมาใช้บริการคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานคร ได้ร้อยละ 52.10 และ 3) คุณภาพการให้บริการ สามารถพยากรณ์การตัดสินใจกลับมาใช้บริการคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามในเขตกรุงเทพมหานคร ได้ร้อยละ 45.20
Article Details
เอกสารอ้างอิง
ชื่นจิตต์ แจ้งเจนกิจ. (2548). กลยุทธ์สื่อสารการตลาด (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: พิฆเณศ พริ้นติ้ง เซ็นเตอร์ จำกัด.
ดนัย เทียนพุฒ. (2544). การบริหารทรัพยากรบุคคลสู่ศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: นาโกต้า.
ดารา ทีปะปาล และธนวัฒน์ ทีปะปาล. (2553). การสื่อสารการตลาด. กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.
ไทยศัลยกรรมความงามติดอันดับ 21 โลก นิยมทาเปลือกตามากสุด. (2560). บีบีซีไทย. จาก http://www.bbc.com/thai/thailand-40439947.
ศิริวรรณ เสรีรัตน์. (2541). การบริหารเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: พัฒนศึกษา.
สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยนานาชาติ. (2557). เผยข้อมูลสถิติกิจกรรมการตกแต่งเสริมความงามทั่วโลก. สืบค้นเมื่อ มกราคม 16, 2561, จาก http://www.newswit.com.
______. (ม.ป.ป.). เผยข้อมูลสถิติกิจกรรมการตกแต่งเสริมความงามทั่วโลกในปี 2562. จาก http://www.thailand4.com.
สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย. (2555). สถานภาพและความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจบริการศัลยกรรม. ม.ป.ท.
______. (ม.ป.ป.). จาก http://www.plasticsurgery.or.th/.
______. (ม.ป.ป.). จาก http://www.thaisurgeons.or.th/home.php.
เสรี วงษ์มณฑา. (2546). การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค. กรุงเทพฯ: ธีระฟิล์มและไซ เท็กซ์.
โสภา ชูพิกุลชัย. (2521). จิตวิทยาทั่วไป. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
อดุลย์ จาตุรงคกุล. (2550). พฤติกรรมผู้บริโภค (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Belch, G. E., & Belch, M.A. (1998). Advertising & promotion (4th ed.). Boston, Mass: McGraw-Hill, Inc.
Kotler & Keller. (2012). Marketing management: The millennium (14th ed.). New Jersey: Prentice-Hall Inc.
Kotler. (2003). Marketing Management (11th ed.). New Jersey: Prentice-Hall Inc.
Lamb, Hair & McDaniel. (1992). Principles of Marketing. New Jersey: Cengage South-Western.
Oua, Y.C., & Verhoef, P.C. (2017). The impact of positive and negative emotions on loyalty intentions and their interactions with customer equity drivers. Journal of Business Research, 80(2017), 106-115.
Parasuraman, A., Zeithaml, V.A. & Berry, L.L. (1990). Delivery quality service: balancing customer perceptions and expectations. New York: A Division of Macmilan, Inc.
Richins, M., & Root-Shaffer, T. (1988). The role of involvement and opinion leadership in consumer word-of-mouth: An implicit model made explicit. Advances in Consumer Research, 15(1), 32-36.
Schiffman, L.G. & Kanuk, L.L. (1994). Consumer behavior (5th ed.). Englewood Cliffs, New Jersy: Prentice-Hall, Inc.